ทุกปีทีมการตลาดโรงแรมทำหน้าโปรใหม่ซ้ำกันหลายรอบ ทั้งสงกรานต์ ปีใหม่ วันวาเลนไทน์ แพ็กเกจฮันนีมูน และโปรวันหยุดยาว พอหมดเทศกาลก็ลบหน้าทิ้งหรือปล่อยค้างไว้พร้อมราคาเก่า ปีหน้าก็สร้างหน้าใหม่ด้วย URL ใหม่ แล้วรอ Google เก็บข้อมูลใหม่ตั้งแต่ศูนย์ บทความนี้เขียนจากประสบการณ์ที่ผมเห็นโรงแรมไทยเสียอันดับไปแบบนี้มาหลายแห่ง และจะพาไปดูวิธีทำหน้าโปรกับหน้าแพ็กเกจให้สะสมอันดับได้ทุกปี ให้แขกเจอตอนค้นหา และให้ AI อย่าง ChatGPT, Gemini และ Google AI Overview อ่านเงื่อนไขได้ถูกพอจะหยิบไปตอบ

ทำไมหน้าโปรโมชั่นโรงแรมส่วนใหญ่ไม่เคยติด Google?

เหตุผลหลักคือหน้าโปรมีอายุสั้นกว่าเวลาที่ Google ใช้สร้างความเชื่อถือให้หน้า หน้าใหม่ส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนกว่าอันดับจะนิ่ง แต่หน้าโปรสงกรานต์มักขึ้นเว็บแค่ 3 ถึง 4 สัปดาห์ก่อนเทศกาลแล้วถูกลบทิ้งหลังจบ อันดับจึงยังไม่ทันขึ้นหน้าก็หายไปแล้ว

ปัญหาที่เจอบ่อยในโรงแรมไทยมี 5 แบบ

  • URL มีปีหรือรหัสแคมเปญ เช่น /promo-songkran-2569 หรือ /campaign-0412 ปีหน้าต้องสร้างใหม่ ลิงก์และอันดับที่สะสมมาทั้งหมดไม่ได้ส่งต่อ
  • หน้าโปรเป็นแค่รูปโปสเตอร์ 1 รูป ราคาและเงื่อนไขอยู่ในภาพ Google และ AI อ่านตัวอักษรในภาพได้ไม่ครบ จึงไม่รู้ว่าแพ็กเกจนี้มีอะไร
  • ลบหน้าทิ้งหลังโปรหมด คนที่กดลิงก์จากโพสต์เก่าหรือจากผลค้นหาเจอหน้า 404 แล้วกลับไปจองผ่าน OTA
  • ปล่อยหน้าเก่าค้างพร้อมราคาที่หมดอายุ AI หยิบราคาเก่าไปตอบ แขกโทรมาถามแล้วผิดหวัง เกิดรีวิวลบตามมา
  • ทุกโปรอยู่ในหน้าเดียวยาวเหยียด หน้าเดียวพยายามติดทั้งคำว่าแพ็กเกจฮันนีมูน ห้องพักพร้อมอาหารเช้า และโปรปีใหม่ สุดท้ายไม่ติดสักคำ

ตัวอย่างจริงที่ผมเจอ โรงแรมขนาด 60 ห้องในหัวหินทำหน้าโปรลอยกระทงมา 4 ปี ใช้ URL ใหม่ทุกปี พอไปเปิด Google Search Console ดูพบว่าแต่ละหน้ามีคนเห็นในผลค้นหาไม่ถึง 200 ครั้งก่อนถูกลบ ส่วนคู่แข่งที่ใช้หน้าเดิมมา 4 ปีติดอันดับต้นของคำว่า ลอยกระทง หัวหิน ที่พัก ทุกปีโดยแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม

URL ถาวรสำหรับหน้าโปรคืออะไร และควรตั้งชื่อแบบไหน?

URL ถาวรคือที่อยู่หน้าเว็บที่ใช้ซ้ำได้ทุกปีโดยไม่ต้องเปลี่ยน ตั้งชื่อตามสิ่งที่แขกค้นหา ไม่ใส่ปี ไม่ใส่วันที่ และไม่ใส่รหัสแคมเปญ ทุกปีแค่อัปเดตเนื้อหาข้างในหน้าเดิม อันดับและลิงก์ที่สะสมมาจะอยู่กับหน้านั้นต่อไป

หลักตั้งชื่อที่ใช้ได้จริง

  1. ใช้คำภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก คั่นด้วยขีดกลางธรรมดา เช่น /packages/songkran หรือ /packages/honeymoon
  2. จัดหน้าโปรทั้งหมดไว้ใต้โฟลเดอร์เดียว เช่น /packages/ หรือ /offers/ ให้ Google เห็นโครงสร้างชัด
  3. ตั้งตามประเภทแพ็กเกจหรือเทศกาล ไม่ใช่ตามชื่อโปรที่ฝ่ายขายคิดแต่ละปี เช่นใช้ /packages/new-year แทน /packages/countdown-party-special
  4. ถ้าเว็บมีหลายภาษา ใช้โครงเดียวกันทุกภาษา เช่น /th/packages/songkran และ /en/packages/songkran

ส่วนชื่อโปรที่เปลี่ยนทุกปี ให้ไปอยู่ใน title, H1 และเนื้อหา เช่น ปีนี้ชื่อ Songkran Splash Stay ปีหน้าชื่อ Songkran Family Escape แต่ URL ยังเป็น /packages/songkran เหมือนเดิม

แพ็กเกจถาวรกับโปรตามเทศกาลต่างกันอย่างไร

แพ็กเกจถาวรคือข้อเสนอที่ขายได้ทั้งปี ส่วนโปรตามเทศกาลคือข้อเสนอที่มีช่วงวันชัดเจนและกลับมาทุกปี ทั้ง 2 แบบควรมีหน้าของตัวเอง แต่ดูแลต่างกัน ตารางนี้สรุปให้เห็นภาพ

ประเภทหน้าตัวอย่างรูปแบบ URLความถี่ในการอัปเดตทำอะไรเมื่อหมดช่วงขาย
แพ็กเกจถาวรฮันนีมูน, ห้องพักพร้อมอาหารเย็น, พักยาว 7 คืน/packages/honeymoonทุก 3 เดือน หรือเมื่อราคาเปลี่ยนไม่มีช่วงหมด ปรับเนื้อหาให้ตรงกับของจริงตลอด
โปรตามเทศกาลสงกรานต์, ปีใหม่, ลอยกระทง/packages/songkranปีละ 2 ครั้ง คือก่อนเปิดขายและหลังจบเก็บหน้าไว้ เปลี่ยนเป็นโหมดรอเปิดขายรอบหน้า
โปรแฟลชเซลสั้นลด 48 ชั่วโมง, โปรวันเงินเดือนออก/offers/flash-saleทุกครั้งที่มีโปรใช้หน้าเดิมซ้ำ หรือใส่ noindex ถ้ามีเนื้อหาน้อยมาก
โปรเฉพาะกลุ่มข้าราชการ, ผู้สูงอายุ, นักศึกษา/offers/government-rateเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนถ้ายกเลิกถาวร ทำ 301 redirect ไปหน้าที่ใกล้เคียง
หน้ารวมแพ็กเกจรวมทุกข้อเสนอ/packages/ทุกครั้งที่มีหน้าใหม่เปิดหรือปิดไม่ปิด เป็นหน้าแม่ที่ลิงก์ไปทุกหน้าย่อย

หน้ารวมแพ็กเกจสำคัญกว่าที่หลายโรงแรมคิด เพราะเป็นหน้าที่ลิงก์จากเมนูหลักได้ และช่วยส่งความแข็งแรงไปยังหน้าย่อยทุกหน้า ถ้าวันนี้เว็บคุณยังไม่มีหน้านี้ ให้ทำก่อนเรื่องอื่น

โครงหน้าแพ็กเกจ 7 ส่วนที่ Google และ AI อ่านเข้าใจ

หน้าแพ็กเกจที่ดีต้องตอบ 4 คำถามของแขกให้ได้ในตัวอักษรบนหน้า คือ ได้อะไร ราคาเท่าไหร่ ใช้ได้เมื่อไหร่ และจองอย่างไร ถ้าข้อมูลเหล่านี้อยู่ในรูปภาพอย่างเดียว ทั้ง Google และ AI จะอ่านได้ไม่ครบ ผมแนะนำโครง 7 ส่วนนี้

1. หัวเรื่องที่บอกทั้งแพ็กเกจและพื้นที่

H1 ควรมีชื่อแพ็กเกจ ประเภทที่พัก และจังหวัดหรือย่าน เช่น แพ็กเกจฮันนีมูน 3 วัน 2 คืน รีสอร์ตริมทะเลกระบี่ แทนการเขียนว่า Love is in the Air เฉยๆ

2. ย่อหน้าสรุป 2 ถึง 3 ประโยค

ย่อหน้าแรกใต้ H1 ต้องตอบครบในตัว เช่น แพ็กเกจนี้รวมห้องพักวิวทะเล 2 คืน อาหารเช้า อาหารเย็นริมหาด 1 มื้อ และนวดสำหรับ 2 ท่าน ราคาเริ่มต้น 9,900 บาทต่อห้อง เข้าพักได้ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570 ย่อหน้าแบบนี้คือส่วนที่ AI มักหยิบไปตอบ

3. รายการสิ่งที่ได้รับเป็นข้อๆ

เขียนเป็น list ทีละรายการ บอกจำนวนมื้อ จำนวนท่าน และเวลาให้บริการ เช่น นวดไทย 60 นาที 2 ท่าน ใช้ได้ 10:00 ถึง 20:00 น.

4. ราคาและสิ่งที่รวมแล้ว

บอกว่าราคารวมภาษีและค่าบริการแล้วหรือยัง ราคาต่อห้องหรือต่อท่าน และราคาวันศุกร์เสาร์ต่างจากวันธรรมดาหรือไม่

5. เงื่อนไขและวันที่

ช่วงวันเข้าพัก ช่วงวันจอง วันที่ไม่ร่วมรายการ นโยบายยกเลิก และจำนวนห้องที่มีจำกัด ถ้ามี เขียนเป็นตัวอักษรให้ชัด

6. คำถามที่แขกถามบ่อย

เอาคำถามจริงจากไลน์ โทรศัพท์ และ inbox มาใส่ 4 ถึง 6 ข้อ เช่น เด็กอายุ 8 ขวบพักฟรีไหม เปลี่ยนวันได้ไหม ใช้ร่วมกับส่วนลดสมาชิกได้ไหม

7. ปุ่มจองที่พาไปหน้าแพ็กเกจในระบบจองโดยตรง

ปุ่มจองควรพาไปหน้าที่เลือกแพ็กเกจนี้ไว้แล้วในระบบจอง ไม่ใช่หน้าแรกของ booking engine ที่แขกต้องหาเองอีกรอบ ทุกขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาคือโอกาสที่แขกจะกลับไปเปิดแอป OTA

โปรหมดแล้ว ควรทำอะไรกับหน้าเดิม?

อย่าลบ และอย่าปล่อยราคาเก่าค้างไว้ ให้เปลี่ยนหน้าเป็นโหมดรอเปิดขายรอบหน้า โดยเก็บ URL เดิม เก็บเนื้อหาที่ยังเป็นจริง และบอกแขกชัดๆ ว่าโปรรอบนี้จบแล้วพร้อมทางเลือกอื่น

หน้าที่อยู่ในโหมดรอเปิดขายควรมีองค์ประกอบดังนี้

  • ข้อความด้านบนสุด เช่น แพ็กเกจสงกรานต์ปี 2569 ปิดการขายแล้ว แพ็กเกจปี 2570 จะเปิดจองประมาณเดือนกุมภาพันธ์
  • สรุปสิ่งที่แพ็กเกจปีที่แล้วรวมไว้ ให้แขกพอเห็นภาพ โดยระบุชัดว่าเป็นข้อมูลปีที่แล้ว
  • ช่องรับแจ้งเตือนผ่าน LINE OA หรืออีเมล เมื่อเปิดขายรอบใหม่
  • ลิงก์ไปแพ็กเกจที่ขายอยู่ตอนนี้ เช่น แพ็กเกจพักยาวหรือแพ็กเกจครอบครัว
  • รูปบรรยากาศเทศกาลจริงของโรงแรมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ OTA ไม่มี

ส่วนกรณีที่เลิกทำแพ็กเกจนั้นถาวร เช่น เคยมีแพ็กเกจกอล์ฟแต่สนามใกล้โรงแรมปิดไปแล้ว ให้ทำ 301 redirect ไปหน้าที่ใกล้เคียงที่สุด เช่น หน้ารวมแพ็กเกจ อย่าปล่อยเป็น 404 เพราะลิงก์จากโพสต์เก่าและเว็บท่องเที่ยวที่เคยพูดถึงยังพาคนมาอยู่

สถานการณ์จริง รีสอร์ต 80 ห้องในกระบี่เคยลบหน้าโปรคริสต์มาสทิ้งทุกเดือนมกราคม ปีต่อมาลองเปลี่ยนเป็นโหมดรอเปิดขายพร้อมช่องสมัครรับแจ้งเตือนทาง LINE OA ได้รายชื่อแขกที่อยากรู้ล่วงหน้ามาหลายร้อยคนตั้งแต่ก่อนเปิดขาย พอเปิดขายจริงก็ส่งข้อความหากลุ่มนี้ก่อนเป็นกลุ่มแรก และไม่ต้องเริ่มทำอันดับใหม่เพราะ URL เดิมยังอยู่

เขียนเงื่อนไขโปรอย่างไรให้ AI หยิบไปตอบได้ถูก

เขียนให้ทุกประโยคอ่านแยกได้โดยไม่ต้องดูรูปประกอบ มีตัวเลขครบ มีช่วงวันที่ระบุปี และใช้คำเดียวกันทั้งหน้า AI ตัดข้อความไปตอบเป็นท่อนๆ ถ้าท่อนนั้นขาดบริบท คำตอบที่ได้จะผิด

เทียบ 2 แบบนี้

แบบที่ AI อ่านแล้วงง: โปรสุดคุ้ม! ลด 30% เฉพาะช่วงนี้เท่านั้น จองด่วนก่อนเต็ม
แบบที่ AI หยิบไปตอบได้: แพ็กเกจปีใหม่ 2570 ของโรงแรมลดราคาห้อง 30% จากราคาปกติ สำหรับการเข้าพักวันที่ 28 ธันวาคม 2569 ถึง 2 มกราคม 2570 จองได้ถึง 15 ธันวาคม 2569 ราคารวมอาหารเช้า 2 ท่านและงานเคานต์ดาวน์ริมสระ

หลักเขียนที่ทีมผมใช้

  • ใส่ปีทุกครั้งที่เขียนวันที่ ทั้งพุทธศักราชในหน้าภาษาไทย และคริสต์ศักราชในหน้าภาษาอังกฤษ
  • เขียนราคาเป็นตัวเลขพร้อมหน่วย เช่น 4,500 บาทต่อห้องต่อคืน อย่าเขียนแค่ เริ่มต้นหลักพัน
  • ใช้ชื่อแพ็กเกจเดียวกันทุกจุดบนหน้า อย่าสลับไปมาระหว่างชื่อไทยและชื่ออังกฤษ
  • เขียนข้อจำกัดตรงๆ เช่น ไม่รวมวันที่ 31 ธันวาคม ดีกว่าซ่อนไว้ในหมายเหตุตัวเล็ก
  • ใส่วันที่อัปเดตหน้าล่าสุดไว้ท้ายหน้า ช่วยให้ทั้งแขกและ AI รู้ว่าข้อมูลยังใหม่

ถ้าเว็บรองรับ structured data ให้ใส่ schema ประเภท Offer ในหน้าแพ็กเกจ ระบุ price, priceCurrency เป็น THB, validFrom และ validThrough ให้ตรงกับเนื้อหาบนหน้า และใส่ FAQPage สำหรับส่วนคำถามที่พบบ่อย ข้อสำคัญคือตัวเลขใน schema ต้องตรงกับตัวเลขที่แขกเห็นบนหน้าเสมอ ถ้าเปลี่ยนราคาบนหน้าแต่ลืมแก้ schema จะสร้างความสับสนมากกว่าไม่ใส่เลย

ตัวอย่าง: โรงแรม 45 ห้องในเชียงใหม่ ปรับหน้าโปรยี่เป็งใน 1 สัปดาห์

โรงแรมนี้เคยมีหน้าโปรยี่เป็งที่เป็นรูปโปสเตอร์ 1 รูปกับปุ่มแชตไลน์ URL เปลี่ยนทุกปี ทีม 2 คนใช้เวลา 1 สัปดาห์ปรับใหม่ตามแผนนี้

  1. วันที่ 1: เปิด Google Search Console ดูว่าคนค้นคำอะไรแล้วเจอหน้าโปรเก่า พบคำอย่าง ที่พักเชียงใหม่ ช่วงยี่เป็ง และ โรงแรมใกล้ที่ปล่อยโคม จึงตั้ง URL ใหม่เป็น /packages/yi-peng และทำ 301 redirect จาก URL ของปีก่อนๆ ทุกอันมาที่หน้านี้
  2. วันที่ 2: เขียน H1 ใหม่ว่า แพ็กเกจยี่เป็ง เชียงใหม่ ที่พักใกล้คูเมือง พร้อมย่อหน้าสรุปที่มีราคา ช่วงวันที่ และสิ่งที่ได้รับ
  3. วันที่ 3: ถอดข้อความจากโปสเตอร์มาเป็นตัวอักษรทั้งหมด เก็บโปสเตอร์ไว้เป็นรูปประกอบพร้อม alt text ที่บรรยายจริง
  4. วันที่ 4: รวบรวมคำถามจากไลน์ปีที่แล้วได้ 6 ข้อ เช่น เดินไปจุดลอยกระทงกี่นาที มีที่จอดรถไหม เขียนคำตอบสั้นๆ ข้อละ 2 ประโยค
  5. วันที่ 5: ตั้งปุ่มจองให้ลิงก์ตรงไปที่แพ็กเกจในระบบจอง และเพิ่มลิงก์จากหน้าแรก หน้ารวมแพ็กเกจ และบทความ blog เรื่องเที่ยวยี่เป็งที่มีอยู่แล้ว
  6. วันที่ 6: ใส่ schema Offer และ FAQPage แล้วทดสอบด้วยเครื่องมือทดสอบ rich results ของ Google
  7. วันที่ 7: ส่ง URL ให้ Google เก็บข้อมูลใหม่ผ่าน Search Console และแชร์ลิงก์ในโพสต์ Facebook, LINE OA และ Google Business Profile

สิ่งที่ทีมนี้เห็นในช่วงต่อมาคือหน้าเริ่มมีคนเห็นในผลค้นหาด้วยคำที่ไม่เคยติดมาก่อน และคำถามซ้ำๆ ในไลน์ลดลงเพราะคำตอบอยู่บนหน้าแล้ว ผลแต่ละโรงแรมย่อมต่างกันตามการแข่งขันในพื้นที่ แต่สิ่งที่แน่นอนคือปีหน้าเขาไม่ต้องเริ่มจากศูนย์อีก

ปฏิทินดูแลหน้าโปรทั้งปี ควรเริ่มอัปเดตล่วงหน้ากี่วัน?

ควรอัปเดตหน้าโปรเทศกาลอย่างน้อย 60 ถึง 90 วันก่อนวันเข้าพัก เพราะแขกไทยเริ่มค้นหาที่พักเทศกาลใหญ่ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ และ Google ต้องใช้เวลาเก็บข้อมูลเนื้อหาใหม่ หน้าที่ใช้ URL เดิมจะได้เปรียบตรงที่ Google รู้จักหน้านี้อยู่แล้ว

เทศกาลอัปเดตหน้าก่อนเปลี่ยนเป็นโหมดรอเปิดขาย
ปีใหม่และเคานต์ดาวน์ต้นเดือนตุลาคมสัปดาห์แรกของมกราคม
วาเลนไทน์กลางเดือนธันวาคมหลัง 15 กุมภาพันธ์
สงกรานต์ต้นเดือนกุมภาพันธ์หลัง 17 เมษายน
วันหยุดยาวกลางปีล่วงหน้า 60 วันจากวันหยุดวันถัดจากวันหยุด
ลอยกระทงและยี่เป็งต้นเดือนสิงหาคมสัปดาห์ถัดจากวันลอยกระทง

ตั้งเตือนในปฏิทินทีมไว้ทั้ง 2 จุดของแต่ละเทศกาล คนที่รับผิดชอบหน้าเว็บจะได้ไม่ลืมเปลี่ยนโหมด ซึ่งเป็นจุดที่พลาดบ่อยที่สุดในโรงแรมที่ทีมการตลาดมีแค่ 1 ถึง 2 คน

เช็กลิสต์ก่อนกดเผยแพร่หน้าแพ็กเกจ

ใช้รายการนี้ตรวจทุกครั้งก่อนเปิดหน้าโปรหรือหน้าแพ็กเกจ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีต่อหน้า

  • URL ไม่มีปี วันที่ หรือรหัสแคมเปญ
  • H1 มีชื่อแพ็กเกจและจังหวัดหรือย่าน
  • ย่อหน้าแรกตอบได้ครบว่าได้อะไร ราคาเท่าไหร่ ใช้ได้เมื่อไหร่
  • ราคา วันที่ และเงื่อนไขเป็นตัวอักษร ไม่ได้อยู่ในรูปอย่างเดียว
  • วันที่ทุกจุดระบุปี
  • ราคาบนหน้า ราคาในระบบจอง และราคาใน schema ตรงกัน
  • ราคาแพ็กเกจบนเว็บตรงไม่แพงกว่าแพ็กเกจเดียวกันที่ขายผ่าน OTA
  • มีคำถามที่พบบ่อยอย่างน้อย 4 ข้อจากคำถามจริงของแขก
  • ปุ่มจองพาไปหน้าแพ็กเกจในระบบจองโดยตรง และทดสอบบนมือถือแล้ว
  • title ไม่เกินประมาณ 60 ตัวอักษร และมี meta description ที่บอกราคาหรือจุดเด่น
  • รูปทุกรูปมี alt text ที่บรรยายสิ่งที่เห็นจริง
  • มีลิงก์จากหน้ารวมแพ็กเกจ และจากหน้าห้องพักที่เกี่ยวข้อง
  • ใส่วันที่อัปเดตล่าสุดไว้ท้ายหน้า
  • ตั้งเตือนในปฏิทินวันที่ต้องเปลี่ยนเป็นโหมดรอเปิดขายแล้ว

วัดผลหน้าโปรอย่างไรให้รู้ว่าคุ้มเวลาที่ทำ

ดู 3 ตัวเลขเทียบกับปีก่อนในช่วงเดียวกัน คือ จำนวนครั้งที่หน้าถูกเห็นในผลค้นหา จำนวนคนเข้าหน้าจากการค้นหา และจำนวนการจองแพ็กเกจที่มาจากเว็บตรง ถ้าใช้ URL เดิมทุกปี การเทียบปีต่อปีจะทำได้ง่ายมาก เพราะข้อมูลอยู่ในหน้าเดียว

วิธีดูแบบไม่ซับซ้อน

  • Google Search Console: กรองดูเฉพาะ URL ของหน้าแพ็กเกจ ดูว่าคำค้นไหนทำให้คนเห็นหน้า ถ้ามีคำที่คนเห็นมากแต่กดน้อย ลองปรับ title ให้มีราคาหรือจุดเด่นที่ชัดขึ้น
  • GA4: ดูจำนวนคนที่เข้าหน้าแพ็กเกจแล้วกดปุ่มจอง และจำนวนการจองที่สำเร็จ แยกตามช่องทางที่มา
  • ระบบจอง: นับจำนวนการจองแพ็กเกจจากเว็บตรงเทียบกับที่ขายผ่าน OTA ในแพ็กเกจเดียวกัน
  • ถาม AI ด้วยตัวเอง: ทุกเดือนลองถาม ChatGPT หรือ Gemini เช่น แนะนำแพ็กเกจปีใหม่ที่พักริมทะเลกระบี่ ดูว่าเอ่ยชื่อโรงแรมคุณไหม และข้อมูลที่ตอบตรงกับหน้าเว็บหรือเปล่า ถ้า AI ตอบราคาเก่า แปลว่ามีหน้าเก่าที่ยังไม่ได้แก้อยู่ที่ไหนสักแห่ง

ข้อควรระวังคือการเพิ่มขึ้นของยอดจองช่วงเทศกาลมาจากหลายปัจจัย ทั้งราคา ฤดูกาล และกิจกรรมในพื้นที่ อย่าสรุปจากตัวเลขเดียว ให้ดูแนวโน้มต่อเนื่อง 2 ถึง 3 เทศกาลก่อนตัดสินใจว่าจะลงแรงเพิ่มตรงไหน

ข้อผิดพลาดที่ทำให้หน้าแพ็กเกจเสียความน่าเชื่อถือ

ข้อผิดพลาดที่ร้ายที่สุดคือข้อมูลบนหน้าไม่ตรงกับของจริง เพราะทำให้เสียทั้งความเชื่อใจของแขก และความน่าเชื่อถือในสายตา Google และ AI พร้อมกัน

  • เขียนว่ารวมอาหารเย็น แต่หน้างานคือบุฟเฟต์ที่ต้องจ่ายเพิ่มสำหรับเครื่องดื่ม แขกรู้สึกโดนหลอกแล้วไปเขียนรีวิว
  • ทำหน้าแพ็กเกจแยกตามห้องทุกประเภทจนมีหน้าเกือบเหมือนกัน 10 หน้า ทำให้หน้าแย่งอันดับกันเอง ควรรวมเป็นหน้าเดียวแล้วแสดงราคาแยกตามประเภทห้อง
  • ใช้ข้อความแบบเดียวกับที่ส่งให้ OTA ทุกตัวอักษร หน้าเว็บตรงควรมีรายละเอียดที่ OTA ไม่มี เช่น รูปจริงจากงานปีที่แล้ว เส้นทางเดินไปจุดชมพลุ หรือสิทธิ์พิเศษสำหรับคนจองตรง
  • ซ่อนหน้าแพ็กเกจไว้โดยไม่มีลิงก์จากเมนูหรือหน้าไหนเลย Google จะหาหน้าเจอยากมาก

ถ้าอยากรู้ว่าเว็บโรงแรมของคุณตอนนี้มีจุดไหนที่ทำให้หน้าแพ็กเกจและหน้าโปรไม่ติด Google หรือไม่ถูก AI หยิบไปตอบ ลองสแกนเว็บฟรีที่หน้าแรกได้เลย ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็เห็นว่าควรเริ่มแก้ตรงไหนก่อน

FAQ

หน้าโปรโมชั่นโรงแรมควรใส่ปีใน URL ไหม

ไม่ควรใส่ ให้ใช้ URL ถาวร เช่น /packages/songkran แล้วอัปเดตเนื้อหาในหน้าเดิมทุกปี อันดับและลิงก์ที่สะสมมาจะอยู่กับหน้านั้นต่อไป ไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกเทศกาล

โปรหมดแล้วควรลบหน้าโปรทิ้งไหม

ไม่ควรลบ ให้เปลี่ยนเป็นโหมดรอเปิดขายรอบหน้า บอกว่าโปรรอบนี้จบแล้ว ใส่ช่องรับแจ้งเตือน และลิงก์ไปแพ็กเกจที่ขายอยู่ ถ้าเลิกทำแพ็กเกจนั้นถาวรให้ทำ 301 redirect ไปหน้าที่ใกล้เคียงแทนการปล่อยเป็น 404

ทำไม ChatGPT ตอบราคาโปรโรงแรมผิดหรือเป็นราคาเก่า

ส่วนใหญ่เกิดจากหน้าโปรเก่าที่ยังมีราคาเดิมค้างอยู่ หรือราคาอยู่ในรูปภาพจนอ่านไม่ครบ แก้โดยเขียนราคาและช่วงวันที่เป็นตัวอักษรพร้อมระบุปี และอัปเดตหน้าเก่าทุกครั้งที่โปรจบ

ควรเริ่มอัปเดตหน้าแพ็กเกจเทศกาลล่วงหน้ากี่วัน

อย่างน้อย 60 ถึง 90 วันก่อนวันเข้าพัก เช่น หน้าสงกรานต์ควรอัปเดตตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ Google มีเวลาเก็บข้อมูลใหม่ก่อนช่วงที่แขกเริ่มค้นหา

หน้าแพ็กเกจโรงแรมต้องใส่ schema อะไร

ใส่ schema ประเภท Offer ระบุราคา สกุลเงิน THB และช่วงวันที่ใช้ได้ พร้อม FAQPage สำหรับคำถามที่พบบ่อย ตัวเลขใน schema ต้องตรงกับที่แสดงบนหน้าเสมอ

Want to know your hotel website score?

Free SEO, AEO, GEO and keyword scan in 30 seconds, no sign-up

Scan your hotel site free