ทุก 3 ถึง 5 ปี โรงแรมส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเว็บใหม่สักครั้ง เปลี่ยนดีไซน์ เปลี่ยนบริษัททำเว็บ หรือย้ายไปใช้ booking engine เจ้าใหม่ และเกือบทุกครั้งที่ผมเจอ สิ่งที่หายไปพร้อมเว็บเก่าไม่ใช่แค่รูปเก่ากับฟอนต์เก่า แต่เป็นอันดับใน Google ที่สะสมมาหลายปี และยอดจองตรงที่ค่อย ๆ ตกลงเงียบ ๆ ในเดือนถัดมา โดยที่ไม่มีใครในโรงแรมเชื่อมโยงว่ามันเกี่ยวกับเว็บใหม่

บทความนี้คือเช็กลิสต์ที่ผมใช้จริงเวลาโรงแรมจะย้ายเว็บ แบ่งเป็น 3 ช่วง คือก่อนย้าย วันย้าย และ 30 วันหลังย้าย เขียนให้คนการตลาดโรงแรมอ่านแล้วส่งต่อให้บริษัททำเว็บได้ทันที ไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์ก็คุมงานได้

ทำไมเว็บโรงแรมใหม่สวยกว่าเดิม แต่ยอดจองตรงกลับหายไป

เพราะ Google จำเว็บโรงแรมเป็นรายหน้า ไม่ใช่รายโดเมน พอเว็บใหม่เปลี่ยน URL ของหน้าห้องพัก หน้าโปรโมชัน และหน้าบทความ โดยไม่บอก Google ว่าหน้าเก่าย้ายไปอยู่ที่ไหน อันดับที่สะสมไว้ก็หายไปพร้อมหน้าเก่าทันที

ลองนึกภาพว่าหน้า Deluxe Sea View ของคุณติดหน้าแรก Google คำว่า "ห้องพักวิวทะเล หัวหิน" มา 3 ปี มีบล็อกท่องเที่ยว 5 แห่งลิงก์มาที่หน้านี้ วันที่เว็บใหม่ขึ้น หน้านั้นกลายเป็น URL ใหม่ ส่วน URL เก่าขึ้นหน้า 404 Google เข้ามาเจอหน้าเก่าหาย ก็ตัดออกจากผลค้น ส่วนหน้าใหม่ต้องเริ่มนับหนึ่ง และลิงก์ 5 แห่งนั้นชี้ไปที่หน้าที่ไม่มีแล้ว

สาเหตุที่เจอบ่อยที่สุดเรียงตามความเสียหาย มีดังนี้

  • URL เปลี่ยนโดยไม่มี 301 redirect หรือมี แต่ redirect ทุกหน้าไปหน้าแรกรวดเดียว
  • ลืมปิด noindex ของเว็บทดสอบ ตอนเปิดใช้งานจริง Google เลยถูกสั่งห้ามเก็บเว็บใหม่ทั้งเว็บอยู่หลายวัน
  • คนทำเว็บเขียน title และ H1 ใหม่ให้สวย แต่คำค้นที่เคยติดหายไปจากหัวข้อ
  • หน้าบทความและหน้าโปรโมชันเก่าถูกตัดทิ้ง เพราะดูเก่า ทั้งที่หน้าเหล่านั้นคือหน้าที่คนค้นเจอมากที่สุด
  • ปุ่มจองลิงก์ไป booking engine ผิดพารามิเตอร์ หรือเปิดไปหน้าภาษาอังกฤษทั้งที่แขกเป็นคนไทย
  • schema, hreflang และ llms.txt หายไปกับ theme เก่า ทำให้ทั้ง Google และ AI อ่านข้อมูลห้องและราคาไม่ได้เหมือนเดิม
  • เว็บใหม่โหลดช้ากว่าเดิมบนมือถือ เพราะรูป hero ขนาด 8 MB และสไลด์วิดีโอหน้าแรก

ตัวอย่างที่ผมเจอกับโรงแรมขนาด 80 ห้องในเชียงใหม่ หลังขึ้นเว็บใหม่ได้ 6 สัปดาห์ ยอดเข้าชมจาก Google ลดลงราว 40% GM เข้าใจว่าเป็น low season จนกระทั่งทีมการตลาดเปิด Search Console แล้วเห็นหน้า 404 เพิ่มขึ้นกว่า 100 หน้า นั่นคือจุดที่รู้ว่าเว็บใหม่เป็นต้นเหตุ ไม่ใช่ฤดูกาล

ก่อนย้ายเว็บต้องเก็บอะไรไว้บ้าง

ต้องเก็บ 5 อย่างให้ครบก่อนที่เว็บเก่าจะถูกปิด คือรายการ URL ทุกหน้าที่ Google รู้จัก ข้อมูลว่าหน้าไหนทำยอด title และ H1 ของทุกหน้า ลิงก์จากข้างนอกที่ชี้เข้ามา และ tracking ทั้งหมด ถ้าเก็บไม่ครบ หลังย้ายจะไม่มีทางรู้ว่าอะไรหายไป

1. รายการ URL ทั้งหมดของเว็บเก่า

อย่าใช้รายการที่บริษัททำเว็บส่งมา เพราะเขาเห็นแค่หน้าที่อยู่ในเมนู แต่ Google เห็นมากกว่านั้น ดึงจาก 3 แหล่งแล้วรวมเป็นไฟล์เดียว

  • Search Console เมนู Pages ส่งออกรายการหน้าที่ Indexed ทั้งหมด
  • ไฟล์ sitemap.xml ของเว็บเก่า เปิดดูแล้วคัดลอก URL ออกมา
  • GA4 รายงาน Landing page ย้อนหลัง 12 เดือน เพื่อให้เห็นหน้าที่มีคนเข้าจริงแม้ไม่อยู่ใน sitemap

โรงแรมขนาด 60 ห้องที่คิดว่าเว็บตัวเองมี 15 หน้า พอดึงจริงมักเจอ 80 ถึง 150 URL เพราะมีหน้าโปรโมชันเก่า หน้าบทความ หน้าภาษาอังกฤษ และหน้ารูปภาพที่ระบบสร้างให้เอง

2. หน้าไหนทำเงินและหน้าไหนทำคนเข้า

ใน GA4 ดู Landing page เทียบกับ key event ของการจอง และใน Search Console ดู Pages เรียงตาม clicks จะพบว่า 20 หน้าแรกมักกินยอดเข้าชมถึง 80% ของทั้งเว็บ 20 หน้านี้คือหน้าที่ห้ามพลาดแม้แต่หน้าเดียวตอนทำ redirect และควรเป็นหน้าแรกที่เปิดเช็กในวันย้าย

3. title, meta description และ H1 ของทุกหน้า

ทำตารางใน spreadsheet 4 คอลัมน์ คือ URL, title, meta description, H1 ของเว็บเก่า วันที่คนทำเว็บใหม่เขียน title ใหม่เป็น "Welcome to Paradise" แทน "โรงแรมหัวหิน ติดทะเล ห้องพักวิวทะเล พร้อมอาหารเช้า" คือวันที่คำค้นหลุด ตารางนี้จะเป็นหลักฐานให้คุณสั่งแก้ได้ทันที

4. ลิงก์จากข้างนอกที่ชี้เข้ามาเว็บคุณ

ใน Search Console มีรายงาน Links บอกว่าเว็บไหนลิงก์มาหน้าไหนบ้าง แต่ที่สำคัญกว่าคือลิงก์ที่คุณวางไว้เองตามที่ต่าง ๆ แล้วลืม

  • Google Business Profile ช่อง Website และปุ่ม Book
  • Extranet ของ OTA แต่ละเจ้า ที่กรอกเว็บไซต์โรงแรมไว้
  • LINE OA rich menu และข้อความตอบอัตโนมัติ
  • Facebook, Instagram, TikTok ช่อง bio
  • QR code ที่พิมพ์ไว้บน key card, เมนูอาหาร, ป้ายหน้าล็อบบี้, นามบัตรฝ่ายขาย
  • ลายเซ็นอีเมลของทีมขาย และใบเสนอราคางานสัมมนา
  • เว็บพันธมิตร สมาคมโรงแรมจังหวัด และบล็อกท่องเที่ยวที่เคยรีวิว

5. tracking และไฟล์พิเศษที่ติดอยู่กับ theme เก่า

ขอให้คนทำเว็บเก่าส่งรายการมาเป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ รหัส GA4 และ Google Tag Manager, วิธียืนยัน Search Console, Meta pixel, ไฟล์ robots.txt, llms.txt, โค้ด Hotel schema และ FAQ schema, แท็ก hreflang ของแต่ละภาษา และพารามิเตอร์ที่ส่งไป booking engine เช่น รหัสโรงแรม ภาษา และสกุลเงิน

ปิดท้ายก่อนย้ายด้วยการเก็บคะแนนตั้งต้น ถ่ายหน้าจอผลค้นชื่อโรงแรม ผลค้นคำหลัก 10 คำ ความเร็วมือถือ และคะแนน SEO ของเว็บเก่า เพื่อให้หลังย้ายมีตัวเลขเทียบ ไม่ใช่เถียงกันด้วยความรู้สึก

301 redirect คืออะไร และต้องทำกี่หน้า

301 redirect คือการบอก Google และผู้ใช้ว่า "หน้านี้ย้ายถาวรไปอยู่ที่ URL ใหม่" ต้องทำกับทุกหน้าที่เคยมีคนเข้าหรือมีลิงก์ชี้มา แบบจับคู่ 1 ต่อ 1 ไม่ใช่ทำแค่หน้าแรก และไม่ใช่โยนทุกหน้าเก่าไปหน้าแรกรวดเดียว

การ redirect ทุกหน้าไปหน้าแรกเป็นทางลัดที่บริษัททำเว็บชอบเสนอ เพราะทำเสร็จใน 5 นาที แต่ Google มองว่าเป็น soft 404 คือหน้าปลายทางไม่เกี่ยวกับหน้าต้นทาง อันดับของหน้าห้องพักจึงไม่ถูกส่งต่อ และแขกที่คลิกจากบล็อกท่องเที่ยวมาเพื่อดูห้อง Pool Villa แต่ตกไปที่หน้าแรกก็ปิดหน้าไปอยู่ดี

URL เว็บเก่าURL เว็บใหม่หลักคิด
/rooms.html/rooms/หน้าหมวดไปหน้าหมวด
/room-deluxe-sea-view.html/rooms/deluxe-sea-view/ห้องเดิมไปห้องเดิม แม้ชื่อห้องเปลี่ยนก็จับคู่ห้องที่ใกล้ที่สุด
/promotion-songkran-2024.html/promotions/โปรหมดอายุไปหน้ารวมโปร ไม่ใช่หน้าแรก
/blog/hua-hin-night-market/blog/hua-hin-night-market/บทความคง slug เดิมให้มากที่สุด
/en/rooms.html/en/rooms/ภาษาอังกฤษไปภาษาอังกฤษ ห้ามเด้งไปหน้าไทย
/images/pool-villa-01.jpg/images/rooms/pool-villa-01.jpgรูปหลัก 20 รูปที่ติด Google Images ก็ควร redirect
/meeting-rooms.html/meetings/หน้าสัมมนาที่ทีมขายใช้ส่งลูกค้า ห้ามหาย

กติกาที่ต้องกำชับคนทำเว็บเพิ่มเติม

  • ห้าม redirect ซ้อน หน้าเก่าไปหน้ากลางแล้วไปหน้าใหม่อีกที ต้องไปปลายทางเดียวจบ
  • ทำให้ครบทั้ง http ไป https และ www กับไม่มี www ให้เหลือเวอร์ชันเดียว
  • URL ภาษาไทยในเว็บเก่า มักถูกเข้ารหัสเป็นตัวอักษรยาว ๆ ต้องทดสอบด้วย URL ที่คัดลอกจาก Search Console จริง ไม่ใช่พิมพ์เอง
  • เก็บ redirect ไว้อย่างน้อย 1 ปี ห้ามลบหลังผ่านไป 1 เดือนเพราะเห็นว่าไม่มีคนเข้าแล้ว
  • ทดสอบเองด้วยการสุ่ม 20 URL เก่า จากรายการหน้าที่ทำยอด เปิดบนมือถือทีละลิงก์ แล้วดูว่าไปถึงหน้าที่ถูกต้องหรือไม่

วันย้ายเว็บ 24 ชั่วโมงแรกต้องเช็กอะไร

เช็ก 3 เรื่องก่อนทุกอย่าง คือเว็บใหม่ไม่ได้ติด noindex, redirect จากหน้าเก่าทำงาน, และปุ่มจองไปถึงหน้ายืนยันการจองได้จริง ถ้า 3 ข้อนี้ผ่าน ความเสียหายใหญ่ ๆ จะไม่เกิด ที่เหลือค่อยไล่เก็บได้ในวันเดียวกัน

เลือกวันย้ายให้ดีด้วย ควรเป็นเช้าวันอังคารหรือพุธช่วง low season ที่ทีมคนทำเว็บและทีมโรงแรมอยู่ครบ ไม่ใช่เย็นวันศุกร์ก่อนวันหยุดยาวที่แขกจองเยอะที่สุดและไม่มีใครรับโทรศัพท์

เช็กลิสต์วันย้าย ทำตามลำดับนี้

  • เปิด robots.txt ของเว็บใหม่ ต้องไม่มี Disallow: / และดูโค้ดหน้าแรกว่าไม่มีแท็ก noindex ที่เหลือมาจากเว็บทดสอบ
  • สุ่มเปิด 20 URL เก่าที่ทำยอดสูงสุด ทุกลิงก์ต้องไปถึงหน้าที่ตรงกัน ไม่ใช่หน้า 404 หรือหน้าแรก
  • กดปุ่มจองจากหน้าแรก หน้าห้องพัก และหน้าโปรโมชัน แล้วจองทดสอบจริง 1 รายการจนถึงหน้ายืนยัน ตรวจว่าภาษาและสกุลเงินถูกต้อง แล้วค่อยยกเลิก
  • เปิด GA4 แบบ Realtime แล้วกดปุ่มจองอีกครั้ง ต้องเห็น event วิ่งเข้ามา ถ้าไม่เห็น แปลว่า tag หายไปกับ theme เก่า
  • ส่ง sitemap ใหม่ใน Search Console และลบ sitemap เก่าที่ชี้ไป URL ที่ไม่มีแล้ว
  • ตรวจว่า Search Console ยังยืนยันความเป็นเจ้าของอยู่ ถ้าใช้วิธีวางโค้ดใน theme เก่า ตอนนี้จะหลุด
  • SSL ใช้ได้ทั้ง www และไม่มี www และเปิดจากมือถือบนเครือข่ายมือถือ ไม่ใช่ wifi โรงแรมอย่างเดียว
  • เปิดหน้าห้องพัก 3 หน้าเทียบ title และ H1 กับตารางที่เก็บไว้ก่อนย้าย ถ้าไม่ตรง ขอให้แก้กลับทันที
  • ทดสอบหน้าห้องพักและหน้า FAQ ด้วย Rich Results Test ของ Google ว่า Hotel schema และ FAQ schema ยังอ่านได้
  • เปิดหน้าภาษาอังกฤษ ดูว่าแท็ก hreflang ชี้ไปหน้าไทยและหน้าอังกฤษที่ถูกต้องทั้งสองทาง
  • เบอร์โทร LINE อีเมล และที่อยู่บนเว็บใหม่ ต้องตรงกับ Google Business Profile ทุกตัวอักษร
  • เปิด llms.txt ว่ายังอยู่และข้อมูลข้างในชี้ไป URL ใหม่
  • ทดสอบความเร็วมือถือของหน้าแรกและหน้าห้องพัก 1 หน้า เทียบกับตัวเลขก่อนย้าย
  • ใช้ URL Inspection ใน Search Console กด Request indexing ให้ 10 หน้าที่สำคัญที่สุด

ถ้าโรงแรมมีระบบเฝ้าเว็บ ให้เพิ่ม URL ใหม่เข้าระบบเฝ้าในวันเดียวกัน จะได้รู้ทันทีถ้าปุ่มจองพังหรือ SSL มีปัญหาในสัปดาห์แรกที่ทุกอย่างยังไม่นิ่ง

หลังย้ายต้องดูตัวเลขไหน และรอกี่วันก่อนจะตกใจ

ดู 3 ตัวเลขใน Search Console คือ impressions, clicks และจำนวนหน้าใน Pages ที่ Indexed กับ Not indexed แล้วให้เวลา Google 2 ถึง 4 สัปดาห์ ถ้า impressions ลดเกิน 20% หลังวันที่ 14 โดยไม่ใช่ผลจากฤดูกาล ถึงเวลาต้องรื้อหาสาเหตุ

ช่วงสัปดาห์แรก impressions จะแกว่งเป็นเรื่องปกติ เพราะ Google กำลังสลับหน้าเก่าออกและเอาหน้าใหม่เข้า อย่าตัดสินใจแก้อะไรใหญ่ ๆ จากตัวเลข 3 วันแรก แต่ให้เฝ้ารายงาน Pages ทุกวันแทน เพราะตรงนั้นจะบอกสาเหตุได้ชัดกว่า

ช่วงเวลาสิ่งที่ควรเห็นถ้าไม่เห็น ต้องทำอะไร
วันที่ 1 ถึง 3Google เริ่ม crawl URL ใหม่ หน้าหลักเริ่มโผล่ใน Pagesถ้าขึ้นเหตุผล Excluded by noindex หรือ Blocked by robots.txt ให้แก้ทันที นี่คือเรื่องด่วนที่สุด
วันที่ 4 ถึง 14หน้าใหม่ทยอยแทนหน้าเก่าในผลค้น จำนวน 404 ค่อย ๆ ลดถ้า Not found 404 เพิ่มขึ้น เปิดดูรายการ URL แล้วเพิ่ม redirect ให้หน้าที่ตกหล่น
วันที่ 15 ถึง 30impressions กลับมาใกล้ระดับเดิม clicks ตามมาถ้าติดลบเกิน 20% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ตรวจ title และเนื้อหาหน้าหลักว่าหายหรือสั้นลงหรือไม่
วันที่ 31 ถึง 90คำค้นหลักกลับสู่อันดับเดิมหรือดีกว่าถ้ายังไม่กลับ ดู internal link ในเว็บใหม่ ความเร็วมือถือ และลิงก์ข้างนอกที่ยังชี้ไป URL เก่าที่ไม่มี redirect

นอกจาก Search Console ให้ดู GA4 ควบคู่ทุกสัปดาห์ คือสัดส่วนยอดจองตรงเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน และ conversion rate ของหน้าห้องพัก ถ้าคนเข้าเท่าเดิมแต่จองน้อยลง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Google แต่อยู่ที่ปุ่มจอง ฟอร์ม หรือความเร็วของเว็บใหม่

ตั้งนัดเช็ก 404 ทุกวันจันทร์ไปอีก 3 เดือน เพราะลิงก์เก่าจะค่อย ๆ โผล่มาจากที่ที่คุณนึกไม่ถึง เช่น กรุ๊ปทัวร์ที่บันทึกลิงก์ห้องประชุมไว้ในไฟล์เสนอราคาเมื่อ 2 ปีก่อน

จุดนอกเว็บที่ลืมบ่อยที่สุด: Google Business Profile, OTA, LINE และ AI

เว็บใหม่ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว มีอย่างน้อย 6 ที่ข้างนอกที่ชี้ลิงก์มาที่เว็บคุณ และ AI อย่าง ChatGPT, Gemini และ Google AI Overview ก็เรียนรู้โรงแรมคุณจากข้อมูลชุดใหม่ ต้องอัปเดตให้ตรงกันทุกจุดภายในสัปดาห์แรกหลังย้าย

Google Business Profile

แก้ช่อง Website ให้เป็น URL ใหม่ ถ้าหน้าแรกไม่เปลี่ยนก็ยังต้องเช็ก แต่ปุ่ม Book และลิงก์เมนูอาหารมักชี้ไปหน้าย่อยที่เปลี่ยนแล้ว โพสต์ใน Business Profile ที่เคยลิงก์ไปหน้าโปรโมชันเก่าก็ควรแก้หรือลบ ถ้าเปิด free booking links ไว้ ตรวจว่าลิงก์ราคายังพาไปหน้าจองที่ถูกต้อง

OTA และช่องทางที่โรงแรมคุมเอง

ใน extranet ของ OTA ทุกเจ้ามีช่องเว็บไซต์โรงแรม อัปเดตให้ครบ รวมถึง LINE OA rich menu, bio ของ Facebook Instagram TikTok, ลายเซ็นอีเมลทีมขาย และ QR code ที่พิมพ์ไว้ ถ้า QR เก่าพิมพ์ไว้บน key card หลายพันใบ อย่าพิมพ์ใหม่ แค่ทำให้ URL ที่ QR ชี้ไปมี redirect ไปหน้าใหม่ก็พอ

AI และไฟล์ที่ AI อ่าน

อัปเดต llms.txt ให้ชี้ไป URL ใหม่ของหน้าห้องพัก ราคา และ FAQ ตรวจ robots.txt ว่านโยบายเปิดหรือปิด AI crawler ยังเหมือนที่โรงแรมตัดสินใจไว้ ไม่ใช่ค่าเริ่มต้นของ theme ใหม่ แล้วหลังผ่านไป 30 วัน ลองถาม ChatGPT, Gemini และ Google AI Overview ด้วยคำถามเดิม 5 ข้อที่เคยทดสอบก่อนย้าย เช่น "โรงแรมติดทะเลหัวหินที่มีสระเด็ก" ดูว่ายังเอ่ยชื่อโรงแรมและอธิบายห้องถูกต้องหรือไม่ ถ้าคำตอบเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง มักเป็นเพราะ schema หรือย่อหน้าคำตอบสั้น ๆ ที่เคยมีในหน้า FAQ หายไปกับเว็บเก่า

กรณีตัวอย่าง: โรงแรมขนาด 80 ห้องในเชียงใหม่ย้ายเว็บแล้วเกิดอะไรขึ้น

โรงแรมนี้เสียยอดเข้าชมจาก Google ไปราว 45% ภายใน 3 สัปดาห์ และใช้เวลาประมาณ 8 สัปดาห์กว่าจะกลับมาใกล้เดิม สาเหตุทั้งหมดอยู่ในเช็กลิสต์ข้างบน และแต่ละข้อใช้เวลาแก้ไม่เกินครึ่งวัน

เรื่องเริ่มจากการเปลี่ยนบริษัททำเว็บ เว็บใหม่สวยกว่าเดิมมาก มีวิดีโอหน้าแรก แต่ URL เปลี่ยนทั้งหมดจากที่เคยเป็น slug ภาษาอังกฤษไปเป็น slug ภาษาไทย คนทำเว็บทำ redirect ให้ แต่ชี้ทุกหน้าเก่าทั้ง 120 URL ไปหน้าแรก นอกจากนี้ยังลืมเอาแท็ก noindex จากเว็บทดสอบออก ซึ่งค้างอยู่ 5 วัน และเขียน title ใหม่ทุกหน้าเป็นภาษาอังกฤษสวย ๆ ที่ไม่มีคำว่า "โรงแรมเชียงใหม่" เลย

สัปดาห์ที่ 3 ทีมการตลาดเปิด Search Console เจอ 404 กว่า 100 หน้า และ impressions ของคำว่า "โรงแรมเชียงใหม่ ใกล้ประตูท่าแพ" ที่เคยติดอันดับ 4 ตกไปหน้า 3 ยอดจองตรงเดือนนั้นต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีก่อนอย่างชัดเจน ทั้งที่ยอดจองผ่าน OTA ไม่ตก นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าปัญหาอยู่ที่เว็บ ไม่ใช่ตลาด

สิ่งที่ทำเพื่อกู้คืน คือทำตาราง redirect ใหม่แบบ 1 ต่อ 1 ให้ 60 หน้าที่เคยทำยอด แก้ title กลับไปใช้คำค้นเดิมพร้อมปรับให้สั้นลง กด Request indexing ให้หน้าสำคัญ และเพิ่ม FAQ schema กลับเข้าไปในหน้าห้องพัก ราว 8 สัปดาห์ถัดมา impressions กลับมาใกล้เคียงเดิม แต่ยอดจองตรงที่หายไปในช่วงนั้นเอาคืนไม่ได้ และมันเป็นช่วง high season ของเชียงใหม่พอดี

บทเรียนที่ GM โรงแรมนี้พูดเองในที่ประชุมคือ เช็กลิสต์นี้ใช้เวลาทำประมาณ 2 วัน แต่การไม่ทำ ใช้เวลากู้ 2 เดือน

สรุป: เช็กลิสต์ 3 ช่วงที่ส่งให้คนทำเว็บได้เลย

การย้ายเว็บโรงแรมโดยไม่เสียอันดับ ไม่ได้ต้องการความรู้เทคนิคลึก ต้องการแค่คนในโรงแรม 1 คนที่ถือรายการนี้และไม่ยอมให้เปิดเว็บจนกว่าจะครบ

  1. ก่อนย้าย เก็บรายการ URL ทั้งหมด หน้าที่ทำยอด ตาราง title และ H1 ลิงก์จากข้างนอก และ tracking ทั้งหมด พร้อมถ่ายคะแนนตั้งต้นไว้
  2. ทำตาราง redirect แบบ 1 ต่อ 1 ทุกหน้าที่ทำยอดหรือมีลิงก์ชี้มา ห้ามโยนไปหน้าแรก และเก็บไว้อย่างน้อย 1 ปี
  3. วันย้าย เช็ก noindex, redirect 20 หน้าหลัก, จองทดสอบจริง, GA4 ยิง event, ส่ง sitemap, schema และ hreflang ยังอยู่
  4. สัปดาห์แรก อัปเดต Google Business Profile, OTA extranet, LINE OA, โซเชียล, llms.txt และ QR code
  5. 30 วันหลังย้าย ดู impressions, clicks, Pages ใน Search Console และสัดส่วนจองตรงใน GA4 ทุกสัปดาห์ พร้อมทดสอบถาม AI ด้วยคำถามเดิม

ถ้าโรงแรมคุณเพิ่งขึ้นเว็บใหม่ หรือกำลังจะขึ้นในเดือนหน้า ลองสแกนเว็บฟรีที่หน้าแรกก่อนย้ายและหลังย้ายอีกครั้ง จะได้มีตัวเลขเทียบว่าเว็บใหม่ดีขึ้นจริง ไม่ใช่แค่สวยขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

เปลี่ยนเว็บโรงแรมใหม่ อันดับ Google จะตกไหม

ถ้าทำ 301 redirect แบบ 1 ต่อ 1 คง title และเนื้อหาหน้าหลักไว้ และไม่ลืมปิด noindex อันดับมักแกว่งเล็กน้อยใน 2 ถึง 4 สัปดาห์แล้วกลับมาใกล้เดิม ที่ตกหนักส่วนใหญ่เกิดจากการ redirect ทุกหน้าไปหน้าแรก หรือตัดหน้าที่เคยทำยอดทิ้ง

ต้องทำ 301 redirect ทุกหน้าเลยหรือเปล่า

ต้องทำทุกหน้าที่เคยมีคนเข้าหรือมีลิงก์ชี้มา โดยเฉพาะ 20 หน้าแรกที่ทำยอดใน Search Console และ GA4 หน้าโปรโมชันที่หมดอายุให้ชี้ไปหน้ารวมโปรโมชัน ไม่ใช่หน้าแรก และควรเก็บ redirect ไว้อย่างน้อย 1 ปี

หลังย้ายเว็บแล้ว impressions ใน Search Console ลดลง ควรรอกี่วัน

ให้เวลา Google 14 วันสำหรับการสลับหน้าเก่าออกและหน้าใหม่เข้า ถ้าหลังวันที่ 14 impressions ยังลดเกิน 20% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ให้ตรวจรายงาน Pages หา noindex หน้า 404 และเทียบ title กับตารางที่เก็บไว้ก่อนย้าย

ย้ายเว็บแล้วต้องแก้ Google Business Profile และ OTA ด้วยไหม

ต้องแก้ภายในสัปดาห์แรก เพราะช่อง Website ปุ่ม Book และลิงก์เมนูมักชี้ไปหน้าย่อยที่เปลี่ยนแล้ว รวมถึง extranet ของ OTA, LINE OA rich menu, bio โซเชียล และ llms.txt ส่วน QR code ที่พิมพ์ไปแล้วไม่ต้องพิมพ์ใหม่ แค่ทำ redirect ให้ URL เดิมก็พอ

อยากรู้ว่าเว็บโรงแรมคุณได้กี่คะแนน

สแกน SEO, AEO, GEO และ keyword ฟรีใน 30 วินาที ไม่ต้องสมัคร

สแกนเว็บโรงแรมฟรี