โรงแรมส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดแขกที่พอใจ แต่ขาดแขกที่พอใจแล้วลงมือเขียนรีวิว แขกที่โกรธเขียนเองโดยไม่ต้องมีใครขอ ส่วนแขกที่ประทับใจมักกลับบ้านไปเงียบ ๆ ถ้าไม่มีใครเอ่ยปาก ผลคือหน้า Google ของโรงแรมสะท้อนเสียงของคนส่วนน้อย ไม่ใช่ประสบการณ์จริงของแขกส่วนใหญ่

บทความนี้เขียนจากมุมคนที่เคยยืนหน้า front desk และนั่งไล่อ่านรีวิวทุกเช้าวันจันทร์ จะไล่ตั้งแต่กติกาของ Google ว่าอะไรทำได้ อะไรห้าม จังหวะไหนที่ขอแล้วแขกยอมเขียน สคริปต์ที่พนักงานพูดได้โดยไม่เขิน ไปจนถึงตัวเลขที่ควรดูทุกสัปดาห์ ทั้งหมดทำได้ด้วยทีมที่มีอยู่ ไม่ต้องใช้งบเพิ่ม และไม่ต้องแจกของแลกรีวิว

ทำไมโรงแรมต้องมีรีวิว Google ใหม่เข้ามาทุกสัปดาห์?

เพราะแขกดูวันที่ของรีวิวพอ ๆ กับคะแนนเฉลี่ย และรีวิวคือข้อมูลที่ทั้ง Google และ AI ใช้ดูว่าโรงแรมนี้ยังดีอยู่ไหมในวันนี้ โรงแรม 4.6 ดาวที่รีวิวล่าสุดคือ 5 เดือนก่อน มักทำให้แขกลังเลมากกว่าโรงแรม 4.4 ดาวที่มีคนเพิ่งเขียนเมื่อ 3 วันที่แล้ว

เหตุผลที่รีวิวใหม่สำคัญมี 4 ข้อ

  • แขกกดเรียงตามรีวิวล่าสุด คนที่กำลังจะจ่ายเงินอยากรู้ว่าโรงแรมตอนนี้เป็นอย่างไร ไม่ใช่เมื่อ 2 ปีก่อน โดยเฉพาะโรงแรมที่เพิ่ง renovate เปลี่ยนทีมบริหาร หรือเคยมีปัญหาแล้วแก้ไปแล้ว
  • Google ใช้จำนวนรีวิวและคะแนนประกอบการจัดอันดับในพื้นที่ เมื่อคนค้นคำว่าโรงแรมตามด้วยชื่อจังหวัด โรงแรมที่มีรีวิวมากและคะแนนดีมีโอกาสถูกแสดงบนแผนที่มากกว่า แม้จะไม่ใช่ปัจจัยเดียวก็ตาม
  • AI ใช้รีวิวเป็นวัตถุดิบในการตอบ เวลามีคนถาม ChatGPT หรือ Gemini หรือเห็นคำตอบใน Google AI Overview ว่าโรงแรมไหนในหัวหินเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก คำตอบมักสรุปมาจากสิ่งที่แขกเขียนถึง ถ้าไม่มีใครเขียนถึงสระเด็กของคุณเลย AI ก็ไม่มีอะไรให้หยิบ
  • แขกที่จองตรงไม่มีใครตามขอรีวิวให้ OTA ส่งอีเมลขอรีวิวให้แขกที่จองผ่านระบบของตัวเองโดยอัตโนมัติ แต่แขกที่จองผ่านเว็บโรงแรม โทรจอง หรือ walk-in จะไม่มีใครขอเลย ถ้าโรงแรมไม่ขอเอง

ลองคิดเลขง่าย ๆ โรงแรมมี 120 รีวิว คะแนนเฉลี่ย 4.2 ถ้าอยากขยับเป็น 4.4 ต้องได้รีวิว 5 ดาวเพิ่มอีกประมาณ 40 รีวิวติดกัน ถ้ารอให้แขกเขียนเองเดือนละ 2 ถึง 3 รีวิว ต้องใช้เวลาเกิน 1 ปี แต่ถ้ามีระบบขอที่ได้สัปดาห์ละ 4 ถึง 5 รีวิว ระยะเวลาจะสั้นลงมาก นี่คือเหตุผลที่การขอรีวิวควรเป็นงานประจำ ไม่ใช่แคมเปญที่ทำปีละครั้ง

ขอรีวิวจากแขกผิดกฎ Google ไหม?

ไม่ผิด การขอรีวิวจากแขกที่เข้าพักจริงเป็นสิ่งที่ทำได้ และใน Google Business Profile ก็มีปุ่มสร้างลิงก์ขอรีวิวให้ใช้อยู่แล้ว สิ่งที่ผิดกฎคือการให้ของตอบแทนแลกรีวิว การเลือกขอเฉพาะแขกที่พอใจ และการเขียนรีวิวเองหรือให้คนใกล้ตัวเขียน

ตารางนี้สรุปสิ่งที่ทีมโรงแรมถามบ่อยที่สุด ควรพิมพ์แปะไว้ในห้อง back office ให้ทุกกะเห็น

สิ่งที่ทำทำได้ไหมหมายเหตุ
เอ่ยขอรีวิวจากแขกทุกคนที่เข้าพักจริงได้ขอเหมือนกันทุกคน ไม่เลือกเฉพาะคนที่ชม
วาง QR code ที่ front desk ในห้องพัก และห้องอาหารได้แขกสแกนด้วยมือถือและบัญชีของตัวเอง
ส่งลิงก์ทาง LINE หรืออีเมลหลัง check-outได้ส่งเฉพาะแขกที่ให้ช่องทางติดต่อไว้ และส่งครั้งเดียว
ให้ส่วนลด เครื่องดื่มฟรี หรือ upgrade ห้องแลกรีวิวห้ามนับเป็นรีวิวที่มีสิ่งจูงใจ แม้จะไม่ได้ขอ 5 ดาวก็ตาม
ถามก่อนว่าพอใจไหม แล้วส่งลิงก์ให้เฉพาะคนที่ตอบว่าพอใจห้ามเป็นการคัดกรองรีวิว
ให้พนักงาน ญาติ หรือคนที่ไม่ได้เข้าพักเขียนรีวิวห้ามไม่ได้มาจากประสบการณ์จริงของแขก
เสนอเงินคืนหรือของแถมเพื่อให้แขกลบหรือแก้รีวิวลบห้ามแก้ปัญหาให้แขกได้ แต่ห้ามผูกเงื่อนไขกับรีวิว
ตั้ง tablet ที่ lobby ให้แขกเขียนรีวิวทีละคนไม่แนะนำรีวิวจำนวนมากจากอุปกรณ์และเครือข่ายเดียวกันเสี่ยงถูกกรองออก

ผลของการทำผิดกติกาไม่ใช่แค่รีวิวถูกลบ โปรไฟล์อาจถูกจำกัดไม่ให้รับรีวิวใหม่ชั่วคราว หรือมีข้อความเตือนแสดงให้คนค้นเห็น ซึ่งเสียหายกว่าการมีรีวิวน้อยหลายเท่า อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ PDPA การส่งข้อความขอรีวิวทาง LINE หรืออีเมลควรส่งเฉพาะแขกที่ให้ช่องทางติดต่อไว้กับโรงแรม และรับทราบว่าโรงแรมจะติดต่อกลับหลังเข้าพัก

ส่วนการให้รางวัลพนักงานทำได้ เพราะกติกาห้ามจูงใจคนเขียนรีวิว ไม่ได้ห้ามโรงแรมชื่นชมทีมงาน แต่ควรให้รางวัลจากจำนวนครั้งที่เอ่ยขอและการถูกเอ่ยชื่อในรีวิว ไม่ใช่จากจำนวนดาว เพราะถ้าผูกกับดาว พนักงานจะเริ่มกดดันแขก หรือเลือกขอเฉพาะคนที่ดูอารมณ์ดี

ช่วงเวลาไหนที่ขอรีวิวแล้วแขกเขียนให้มากที่สุด?

มี 2 จังหวะที่ได้ผลที่สุด คือตอนที่แขกเพิ่งเอ่ยชมด้วยตัวเอง และภายใน 24 ชั่วโมงหลัง check-out ขณะที่ความรู้สึกยังสดอยู่ ยิ่งปล่อยนานเกิน 3 วัน แขกยิ่งกลับไปจมกับงานและลืมรายละเอียดที่อยากเล่า

จังหวะช่องทางผู้รับผิดชอบข้อควรระวัง
แขกเอ่ยชมด้วยตัวเองพูดตรง ๆ พร้อมยื่นการ์ด QR codeพนักงานที่ได้รับคำชมขอแล้วเดินออกมา ไม่ยืนรอดูแขกเขียน
ตอน check-outพูดสั้น ๆ ที่เคาน์เตอร์front deskถ้าคิวยาวหรือแขกรีบ ให้ข้ามไปใช้ LINE แทน
2 ถึง 4 ชั่วโมงหลัง check-outLINEreservation หรือ marketingส่งครั้งเดียว ไม่ตามซ้ำ
เช้าวันถัดไปอีเมลmarketingเหมาะกับแขกต่างชาติที่ไม่ใช้ LINE
2 ถึง 3 วันหลังจบงานโทรหรืออีเมลถึงผู้จัดงานsalesใช้กับงานแต่ง สัมมนา และกรุ๊ป

จังหวะที่ไม่ควรขอคือตอน check-in เพราะแขกยังไม่ได้สัมผัสอะไร ตอนที่แขกกำลังแจ้งปัญหา และตอนที่ยังเคลียร์ค่าใช้จ่ายกันไม่จบ

ตัวอย่างสถานการณ์ โรงแรมขนาด 45 ห้องในเชียงใหม่เคยตั้งป้ายขอรีวิวไว้ที่เคาน์เตอร์อย่างเดียว ได้รีวิวเดือนละ 2 ถึง 3 รีวิว ทีมงานจึงเปลี่ยนมาให้ front desk เอ่ยขอสั้น ๆ ตอน check-out แล้วส่งข้อความ LINE ตามไปอีกครั้งหลังแขกออกจากโรงแรม 3 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงที่แขกส่วนใหญ่นั่งอยู่ในรถหรือรอขึ้นเครื่อง รีวิวเพิ่มเป็นเดือนละ 10 ถึง 12 รีวิวภายใน 2 เดือน ตัวเลขของแต่ละโรงแรมจะต่างกันตามกลุ่มแขก แต่หลักคิดเหมือนกัน คือขอในเวลาที่แขกว่างและยังจำได้

เตรียมลิงก์รีวิวและ QR code ให้พร้อมภายใน 15 นาที

ใช้ลิงก์ขอรีวิวจาก Google Business Profile ของโรงแรมเอง แล้วแปลงเป็น QR code ที่แขกสแกนครั้งเดียวถึงหน้าให้ดาวทันที ทุกขั้นที่แขกต้องค้นชื่อโรงแรมเองหรือกดเพิ่มอีก 1 ครั้ง คือจุดที่แขกเลิกทำ

  1. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google ที่เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการโปรไฟล์ แล้วค้นชื่อโรงแรมใน Google จะเห็นแผงจัดการ Google Business Profile
  2. กดปุ่มขอรีวิว (Ask for reviews) ระบบจะแสดงลิงก์สั้นและ QR code ให้คัดลอกไปใช้ได้เลย
  3. ทดสอบด้วยมือถืออย่างน้อย 2 เครื่อง ทั้ง iPhone และ Android ลิงก์ที่ถูกต้องต้องเปิดหน้าต่างให้ดาวขึ้นมาทันที ไม่ใช่เปิดแค่หน้าแผนที่
  4. สร้างหน้า redirect บนเว็บโรงแรม เช่น /review ให้ส่งต่อไปที่ลิงก์รีวิว ข้อดีคือจำง่าย พิมพ์ลงการ์ดได้ นับจำนวนคนกดได้ และถ้าวันหนึ่งลิงก์เปลี่ยนก็ไม่ต้องพิมพ์การ์ดใหม่
  5. พิมพ์การ์ดขนาดนามบัตร มี QR code และข้อความ 2 ภาษา สั้นพอที่อ่านจบใน 3 วินาที
  6. บันทึกข้อความขอรีวิวเป็นข้อความสำเร็จรูปใน LINE OA และเป็น template อีเมล เพื่อให้ทุกกะส่งข้อความเดียวกัน

ถ้าโปรไฟล์ยังไม่ได้ยืนยันความเป็นเจ้าของ หรือข้อมูลพื้นฐานยังไม่ครบ ให้จัดการตรงนั้นก่อน ดูรายละเอียดได้ในบทความ เช็กลิสต์ Google Business Profile สำหรับโรงแรม

สคริปต์ขอรีวิวที่พนักงานพูดได้จริง พร้อมข้อความ LINE และอีเมล

สคริปต์ที่ได้ผลมี 3 ส่วน คือขอบคุณ บอกว่ารีวิวช่วยโรงแรมอย่างไร และบอกว่าใช้เวลาแค่ไหน โดยไม่เอ่ยคำว่า 5 ดาว และไม่เสนอของตอบแทน ความยาวไม่ควรเกิน 3 ประโยค เพราะแขกกำลังจะเดินทางต่อ

พูดที่ front desk ตอน check-out

ขอบคุณที่มาพักกับเรานะคะ ถ้าคุณลูกค้าพอมีเวลาสัก 1 นาที รบกวนเล่าประสบการณ์ให้เราใน Google หน่อยได้ไหมคะ ทีมงานอ่านทุกรีวิวและเอาไปปรับปรุงจริง สแกน QR code ใบนี้ได้เลยค่ะ

พูดเมื่อแขกเอ่ยชมเอง

ดีใจมากเลยครับที่ชอบ ถ้าไม่รบกวนเกินไป ช่วยเขียนเล่าใน Google แบบที่เล่าให้ผมฟังเมื่อกี้ได้ไหมครับ แขกท่านอื่นที่กำลังหาที่พักจะได้เห็นด้วย

ข้อความ LINE หลัง check-out 2 ถึง 4 ชั่วโมง

สวัสดีค่ะคุณ [ชื่อแขก] ขอบคุณที่เลือกพักกับเรา หวังว่าจะเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะคะ ถ้าสะดวก รบกวนเล่าประสบการณ์การเข้าพักให้เราใน Google สัก 1 นาที ทุกความเห็นช่วยให้ทีมงานทำงานได้ดีขึ้นค่ะ [ลิงก์รีวิว] และถ้ามีเรื่องไหนที่เราทำได้ไม่ดี ตอบกลับข้อความนี้ได้เลย ผู้จัดการจะติดต่อกลับด้วยตัวเองค่ะ

อีเมลสำหรับแขกต่างชาติ

Dear [Guest name], thank you for staying with us. If you have a minute, we would be grateful if you could share your experience on Google. Your feedback helps our team improve and helps other travelers choose with confidence. [Review link] If anything fell short during your stay, simply reply to this email and our manager will get back to you personally.

สังเกตว่าทุกข้อความส่งลิงก์รีวิวให้แขกทุกคนเหมือนกัน และเปิดช่องให้แขกที่มีปัญหาติดต่อกลับได้โดยตรงไปพร้อมกัน แบบนี้ไม่ใช่การคัดกรองรีวิว เพราะแขกทุกคนยังได้ลิงก์ และเลือกเองว่าจะทำอะไร

ทำอย่างไรให้แขกเขียนรีวิวที่มีรายละเอียด ไม่ใช่แค่กดดาว

ให้ถามคำถามนำ 2 ถึง 3 ข้อแทนการขอเฉย ๆ เช่น มาพักกับใคร พักห้องแบบไหน และชอบอะไรที่สุด แขกจะเขียนได้ง่ายขึ้นเพราะมีโครงให้ตอบ โดยที่โรงแรมไม่ได้เขียนแทนหรือกำหนดคำให้

รีวิวที่มีแค่ดาวช่วยเรื่องคะแนนเฉลี่ย แต่รีวิวที่มีรายละเอียดช่วยได้มากกว่านั้น เพราะแขกคนถัดไปค้นคำในรีวิวได้ และ AI ก็หยิบรายละเอียดเหล่านี้ไปตอบคำถามเฉพาะทาง เช่น มีที่จอดรถไหม เดินไปหาดกี่นาที อาหารเช้ามีเมนูเด็กไหม

  • ใส่คำถามนำไว้บนการ์ดหรือในข้อความ เช่น ห้องพักเป็นอย่างไร อาหารเช้าถูกปากไหม พนักงานคนไหนที่ดูแลดีเป็นพิเศษ
  • ชวนแขกแนบรูปที่ถ่ายเอง รูปจากแขกมักน่าเชื่อถือกว่ารูปโปรโมตของโรงแรม
  • ให้เขียนภาษาที่แขกถนัด รีวิวภาษาอังกฤษ จีน หรือเกาหลี ช่วยให้แขกชาติเดียวกันตัดสินใจง่ายขึ้น
  • อย่าส่งข้อความตัวอย่างให้แขกคัดลอก และอย่าขอให้แขกใส่คำค้นลงไป รีวิวที่หน้าตาเหมือนกันหลายอันดูไม่เป็นธรรมชาติ ทั้งในสายตาแขกและระบบของ Google

ตัวอย่างสถานการณ์ รีสอร์ตขนาด 30 ห้องในเขาใหญ่มีจุดขายคือห้องที่พาสุนัขเข้าพักได้ แต่ในรีวิวแทบไม่มีใครพูดถึง ทีมงานจึงเพิ่มประโยคเดียวในข้อความ LINE สำหรับแขกที่พาสัตว์เลี้ยงมา ถามว่าน้องหมาชอบสนามหญ้าไหม เล่าให้เราฟังในรีวิวได้เลย หลังจากนั้นรีวิวที่พูดถึงสัตว์เลี้ยงเริ่มมีเข้ามาต่อเนื่อง และแขกใหม่หลายคนบอกตอนจองว่าเห็นจากรีวิว

แขกที่ไม่พอใจ ควรส่งลิงก์รีวิวให้ด้วยไหม?

ควรส่ง เพราะกติกาไม่ให้เลือกขอเฉพาะคนที่พอใจ แต่สิ่งที่ต้องทำก่อนคือแก้ปัญหาให้จบตั้งแต่แขกยังอยู่ในโรงแรม แขกที่เจอปัญหาแล้วได้รับการแก้ไขเร็ว มักเขียนถึงการแก้ปัญหานั้นในทางบวก

วิธีที่ใช้ได้จริงคือการถามไถ่ระหว่างเข้าพัก ไม่ใช่รอถามตอน check-out

  1. เย็นวันแรก ให้ front desk โทรขึ้นห้องหรือส่ง LINE ถามสั้น ๆ ว่าห้องพักเรียบร้อยดีไหม ขาดเหลืออะไรหรือเปล่า
  2. ถ้ามีปัญหา ให้บันทึกลง log book พร้อมชื่อคนรับเรื่องและเวลาที่แก้เสร็จ
  3. ก่อนแขก check-out ให้หัวหน้ากะหรือผู้จัดการเข้าไปขอโทษและสอบถามด้วยตัวเองอีกครั้ง
  4. ส่งข้อความขอรีวิวตามปกติเหมือนแขกคนอื่น ไม่ข้าม ไม่เลือก

ตัวอย่างสถานการณ์ โรงแรมขนาด 80 ห้องในภูเก็ตเจอแขกแจ้งว่าแอร์มีเสียงดังตอน 4 ทุ่ม พนักงานย้ายห้องให้ภายใน 20 นาที พร้อมส่งผลไม้ขึ้นไปขอโทษ ซึ่งเป็นการดูแลแขกตามปกติ ไม่ได้ผูกกับรีวิว 3 วันต่อมาแขกเขียนรีวิว 5 ดาวโดยเล่าเรื่องแอร์เสียและความเร็วในการแก้ปัญหา รีวิวแบบนี้น่าเชื่อถือกว่ารีวิวที่ชมทุกอย่าง เพราะคนอ่านรู้ดีว่าไม่มีโรงแรมไหนไม่เคยมีปัญหา

ถ้าสุดท้ายแขกยังเขียนรีวิวลบ ให้ตอบอย่างมืออาชีพ วิธีเขียนคำตอบอยู่ในบทความ วิธีตอบรีวิวลบบน Google และ Agoda

แขกบอกว่าเขียนแล้วแต่รีวิวไม่ขึ้น เกิดจากอะไร?

ส่วนใหญ่เกิดจากระบบกรองอัตโนมัติของ Google ที่ตรวจรูปแบบผิดปกติ ไม่ใช่ความผิดของแขกหรือโรงแรม และโรงแรมสั่งให้รีวิวขึ้นเองไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือลดเงื่อนไขที่ทำให้รีวิวดูน่าสงสัย

  • แขกหลายคนเขียนจาก Wi-Fi ของโรงแรมในเวลาใกล้กัน ให้แนะนำแขกเขียนหลังออกจากโรงแรม ซึ่งตรงกับจังหวะส่ง LINE หลัง check-out อยู่แล้ว
  • รีวิวเข้ามามากผิดปกติในช่วงสั้น ๆ เช่น จากเดือนละ 3 รีวิวเป็น 30 รีวิวใน 2 วัน
  • ข้อความรีวิวมีลิงก์ เบอร์โทร หรือข้อความที่ซ้ำกันหลายรีวิว
  • บัญชีของแขกเพิ่งสร้างใหม่และไม่เคยเขียนรีวิวที่ไหนมาก่อน

ถ้าแขกแจ้งมา ให้ขอบคุณและรอ 3 ถึง 5 วัน เพราะบางรีวิวขึ้นช้า อย่าขอให้แขกเขียนซ้ำหลายรอบ ถ้ารีวิวหายไปจำนวนมากพร้อมกัน ให้ติดต่อฝ่ายช่วยเหลือผ่าน Google Business Profile พร้อมรายละเอียดช่วงวันที่ที่รีวิวหาย

วางระบบให้ทั้งโรงแรมช่วยกันขอ ไม่ใช่งานของ marketing คนเดียว

กำหนดเจ้าของงานเป็นรายจุดที่แขกสัมผัสบริการ และพูดเรื่องรีวิวในประชุมเช้าทุกวัน เพราะคนที่แขกอยากเขียนถึงคือพนักงานที่ดูแลเขา ไม่ใช่ฝ่ายการตลาดที่แขกไม่เคยเจอ

  • Front desk เอ่ยขอตอน check-out และยื่นการ์ด QR code
  • Housekeeping วางการ์ดขอบคุณเขียนมือพร้อม QR code ไว้ในห้องคืนสุดท้าย
  • ห้องอาหาร พนักงานที่ได้รับคำชมเรื่องอาหารเช้าเอ่ยขอได้ทันที
  • Spa และกิจกรรม ขอหลังจบบริการ ซึ่งเป็นช่วงที่แขกผ่อนคลายที่สุด
  • Reservation หรือ marketing ส่งข้อความ LINE และอีเมลหลัง check-out ตามรายชื่อแขกที่ออกในวันนั้น
  • Sales ติดต่อผู้จัดงานแต่ง สัมมนา หรือกรุ๊ป หลังจบงาน 2 ถึง 3 วัน

ในประชุมเช้า ให้อ่านรีวิวใหม่ของเมื่อวาน 1 ถึง 2 รีวิว ถ้ามีชื่อพนักงานอยู่ในรีวิวให้ชมต่อหน้าทีม ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที แต่ทำให้พนักงานเห็นว่าสิ่งที่ตัวเองทำมีคนมองเห็น และกล้าเอ่ยขอรีวิวมากขึ้นเอง

ส่วนแขกที่จองผ่าน Agoda หรือ Booking จะได้รับอีเมลขอรีวิวจาก OTA อยู่แล้ว การขอ Google เพิ่มทำได้ แต่ไม่ควรขอให้แขกเขียนหลายที่ในข้อความเดียว ให้เลือก 1 ที่ต่อ 1 ข้อความ แนวทางที่ใช้กันคือ แขกจองตรงและ walk-in ให้ขอ Google ส่วนแขก OTA ปล่อยให้ระบบของ OTA ขอเอง แล้วเสริม Google เฉพาะคนที่เอ่ยชมกับพนักงาน

ตัวเลข 5 ตัวที่ควรดูทุกสัปดาห์

ดูจำนวนรีวิวใหม่ อัตราการได้รีวิวต่อจำนวน check-out คะแนนเฉลี่ยของรีวิวใหม่ อัตราการตอบรีวิว และหัวข้อที่แขกพูดถึง ตัวเลขชุดนี้บอกได้ว่าระบบขอรีวิวยังทำงานอยู่ หรือหยุดไปเงียบ ๆ โดยไม่มีใครรู้

ตัวเลขวิธีนับใช้ตัดสินใจเรื่องอะไร
จำนวนรีวิวใหม่ต่อสัปดาห์นับรีวิว Google ที่เข้ามาใน 7 วันระบบขอยังทำงานอยู่ไหม
อัตราการได้รีวิวรีวิวใหม่หารด้วยจำนวน check-out ในสัปดาห์ช่องทางและสคริปต์ได้ผลแค่ไหน
คะแนนเฉลี่ยของรีวิวใหม่เฉลี่ยเฉพาะรีวิวใน 30 วันล่าสุดบริการตอนนี้ดีขึ้นหรือแย่ลงเมื่อเทียบกับคะแนนสะสม
อัตราและเวลาในการตอบรีวิวจำนวนรีวิวที่ตอบแล้ว และตอบภายในกี่ชั่วโมงทีมดูแลรีวิวทันไหม
หัวข้อที่ถูกพูดถึงจดคำที่ซ้ำ เช่น อาหารเช้า สระว่ายน้ำ ที่จอดรถ ชื่อพนักงานจุดแข็งที่ควรหยิบไปใช้ และจุดที่ต้องแก้

ตัวอย่างการตั้งเป้า โรงแรมขนาด 60 ห้องในหัวหิน occupancy เฉลี่ย 70% แขกพักเฉลี่ย 2 คืน จะมีการ check-out ประมาณ 147 ครั้งต่อสัปดาห์ ถ้าเริ่มจากเป้า 1 รีวิวต่อ 25 check-out จะได้ราว 6 รีวิวต่อสัปดาห์ เมื่อทำได้สม่ำเสมอครบ 4 สัปดาห์แล้วค่อยขยับเป้า ตัวเลขนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับวางแผน ไม่ใช่ค่ามาตรฐาน โรงแรมที่แขกส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปทัวร์จะได้น้อยกว่าโรงแรมที่แขกเป็นคู่รักหรือครอบครัว

คะแนนเฉลี่ยของรีวิวใหม่เป็นตัวเลขที่ GM ควรดูมากที่สุด เพราะคะแนนสะสมขยับช้า โรงแรมที่คะแนนสะสม 4.5 แต่รีวิว 30 วันล่าสุดเฉลี่ย 3.9 กำลังมีปัญหาที่ยังไม่แสดงในคะแนนรวม ถ้ารอให้คะแนนรวมตกก่อนค่อยแก้ จะช้าไปหลายเดือน

เช็กลิสต์เริ่มระบบขอรีวิวภายใน 7 วัน

ทำครบ 10 ข้อนี้ก็เริ่มขอรีวิวได้อย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มนอกจากค่าพิมพ์การ์ด

  • ยืนยันความเป็นเจ้าของ Google Business Profile และตรวจว่าชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ถูกต้อง
  • คัดลอกลิงก์ขอรีวิว และทดสอบบนมือถือ 2 เครื่อง
  • สร้างหน้า /review บนเว็บโรงแรมให้ส่งต่อไปที่ลิงก์รีวิว
  • พิมพ์การ์ด QR code 2 ภาษา วางที่ front desk ห้องพัก และห้องอาหาร
  • เขียนสคริปต์ 3 ประโยค และซ้อมกับพนักงานทุกกะ
  • ตั้งข้อความสำเร็จรูปใน LINE OA และ template อีเมล ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
  • กำหนดคนส่งข้อความหลัง check-out และเวลาส่งประจำวัน
  • เริ่มถามไถ่แขกเย็นวันแรกของการเข้าพัก เพื่อแก้ปัญหาก่อนแขกกลับ
  • แจ้งทีมเรื่องสิ่งที่ห้ามทำ โดยเฉพาะการให้ของแลกรีวิว และการเลือกขอเฉพาะแขกที่ชม
  • ตั้งเวลาดูตัวเลข 5 ตัวทุกเช้าวันจันทร์ และอ่านรีวิวใหม่ในประชุมเช้า

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ขอแล้วไม่ได้รีวิว หรือได้แล้วถูกลบ

โรงแรมส่วนใหญ่ไม่ได้พลาดเพราะไม่ขอ แต่พลาดเพราะขอผิดจังหวะ ขอแบบกดดัน หรือทำให้รีวิวเข้ามาเป็นกระจุกจนดูผิดปกติ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยมี 7 ข้อ

  • ขอแบบเหวี่ยงแหครั้งเดียว ส่งข้อความหาแขกย้อนหลัง 6 เดือนพร้อมกันหลายร้อยคน รีวิวเข้ามาเป็นกระจุกใน 2 วันแล้วเงียบไปอีกครึ่งปี เสี่ยงถูกกรองออก และไม่ช่วยเรื่องความสดใหม่
  • ยืนรอดูแขกเขียน แขกจะอึดอัด และมักเขียนสั้น ๆ ให้จบไป หรือไม่เขียนเลย
  • ตามซ้ำหลายครั้ง ส่งครั้งเดียวพอ แขกที่ถูกตาม 3 รอบมีโอกาสบล็อก LINE ของโรงแรมมากกว่าจะเขียนรีวิว
  • ได้รีวิวแล้วไม่ตอบ แขกที่เห็นว่าโรงแรมตอบทุกรีวิวจะรู้สึกว่าการเขียนมีคนอ่าน ควรตอบภายใน 48 ชั่วโมง ทั้งรีวิวชมและรีวิวติ
  • ลืมแขกต่างชาติ มีแต่การ์ดและข้อความภาษาไทย ทั้งที่แขกต่างชาติมักเขียนรีวิวยาวและมีรายละเอียด
  • ผูกโบนัสพนักงานกับจำนวนดาว ทำให้เกิดการกดดันแขกและการเลือกขอ ซึ่งผิดกติกา
  • ทำได้ 1 เดือนแล้วเลิก เพราะไม่มีเจ้าของงานและไม่มีใครดูตัวเลข ระบบขอรีวิวต้องอยู่ในงานประจำวัน ไม่ใช่โครงการพิเศษ

สรุป รีวิวใหม่ทุกสัปดาห์มาจากระบบ ไม่ใช่โชค

การขอรีวิวที่ได้ผลคือการขอแขกทุกคนอย่างเท่าเทียม ในจังหวะที่แขกว่างและยังจำได้ ด้วยลิงก์ที่กดครั้งเดียวถึง และมีคนรับผิดชอบชัดเจนในแต่ละจุด ไม่มีขั้นตอนไหนที่ต้องใช้งบมาก สิ่งที่ต้องใช้คือความสม่ำเสมอ

เริ่มจากเรื่องเล็กที่สุดในสัปดาห์นี้ คือทำลิงก์กับการ์ด QR code ให้เสร็จ แล้วให้ front desk เอ่ยขอวันละ 5 คน เมื่อรีวิวเริ่มเข้ามา ทีมงานจะเห็นผลด้วยตัวเองและทำต่อได้โดยไม่ต้องบังคับ

รีวิวเป็นเพียง 1 ในหลายสัญญาณที่ Google และ AI ใช้ทำความรู้จักโรงแรม ถ้าอยากรู้ว่าเว็บโรงแรมของคุณตอนนี้ได้คะแนน SEO AEO และ GEO เท่าไร ลองสแกนฟรีได้ที่ หน้าแรก

FAQ

ขอรีวิว Google จากแขกโรงแรมผิดกฎไหม

ไม่ผิด ถ้าขอจากแขกที่เข้าพักจริงและขอทุกคนเหมือนกัน สิ่งที่ผิดกฎคือการให้ส่วนลดหรือของตอบแทนแลกรีวิว การเลือกขอเฉพาะแขกที่พอใจ และการให้พนักงานหรือคนที่ไม่ได้เข้าพักเขียนรีวิว

ควรขอรีวิวจากแขกตอนไหนดีที่สุด

จังหวะที่ได้ผลที่สุดคือตอนที่แขกเพิ่งเอ่ยชมด้วยตัวเอง และภายใน 24 ชั่วโมงหลัง check-out โดยเฉพาะข้อความ LINE ที่ส่งหลังแขกออกจากโรงแรม 2 ถึง 4 ชั่วโมง ไม่ควรขอตอน check-in หรือตอนที่แขกกำลังแจ้งปัญหา

แจกส่วนลดหรือเครื่องดื่มฟรีแลกรีวิวได้ไหม

ไม่ได้ Google ห้ามให้สิ่งจูงใจแลกรีวิว แม้จะไม่ได้ขอให้เขียนชมก็ตาม ถ้าตรวจพบ รีวิวอาจถูกลบและโปรไฟล์อาจถูกจำกัดการรับรีวิวใหม่

แขกเขียนรีวิวแล้วแต่ไม่ขึ้นใน Google ต้องทำอย่างไร

ให้รอ 3 ถึง 5 วัน เพราะบางรีวิวขึ้นช้าหรือถูกระบบกรองอัตโนมัติตรวจก่อน ไม่ควรขอให้แขกเขียนซ้ำหลายรอบ และควรแนะนำให้แขกเขียนจากมือถือของตัวเองหลังออกจากโรงแรม แทนการใช้ Wi-Fi หรืออุปกรณ์ของโรงแรม

โรงแรมควรตั้งเป้ารีวิว Google ใหม่สัปดาห์ละกี่รีวิว

ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน ให้เริ่มจากเป้าที่ทำได้จริง เช่น 1 รีวิวต่อ 25 check-out แล้วค่อยขยับเมื่อทำได้สม่ำเสมอครบ 4 สัปดาห์ สิ่งสำคัญกว่าจำนวนคือมีรีวิวใหม่เข้ามาต่อเนื่องทุกสัปดาห์

Want to know your hotel website score?

Free SEO, AEO, GEO and keyword scan in 30 seconds, no sign-up

Scan your hotel site free