โรงแรมไทยเกือบทุกแห่งมี LINE OA แต่เวลาถามว่าแคมเปญเพิ่มเพื่อนรอบล่าสุดคุ้มไหม คำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ เพื่อนเพิ่มขึ้นเยอะครับ ซึ่งไม่ใช่คำตอบ เพราะเพื่อนที่เพิ่มขึ้นแล้วบล็อกใน 3 วัน หรือเพื่อนที่ไม่เคยกดอะไรเลย ไม่ได้ช่วยให้ห้องเต็มขึ้นสักห้อง บทความนี้จะพาอ่านตัวเลข 3 กลุ่มที่อยู่ในหน้า Insight ของ LINE Official Account Manager อยู่แล้ว คือเพื่อนใหม่ บล็อก และข้อความ แล้วต่อจิ๊กซอว์ให้เห็นว่าแคมเปญไหนได้ผลจริง แคมเปญไหนแค่ทำให้ตัวเลขรวมดูสวย

ทำไมดูแค่ยอดเพื่อนรวมของ LINE OA แล้วยังไม่รู้ว่าแคมเปญไหนได้ผล

เพราะยอดเพื่อนรวมเป็นตัวเลขสะสม มันไม่บอกว่าเพื่อนแต่ละคนมาจากแคมเปญไหน และไม่บอกว่ามีกี่คนที่บล็อกไปแล้ว ตัวเลขที่บอกว่าแคมเปญได้ผลคือเพื่อนใหม่แยกตามแหล่งที่มา อัตราบล็อกหลังส่งข้อความ และคลิกจากข้อความที่ไปถึงหน้าจองจริง

ลองนึกภาพโรงแรมขนาด 80 ห้องในเชียงใหม่ ต้นปีมีเพื่อน 4,000 คน ปลายไตรมาสมี 6,500 คน ทีมการตลาดรายงาน GM ว่าโต 62 เปอร์เซ็นต์ ฟังดูดีมาก แต่พอเปิดหน้า Insight จริง ๆ จะเห็นว่าเพื่อนที่ยังรับข้อความได้ หรือที่ LINE เรียกว่า target reach มีแค่ 3,900 คน น้อยกว่าตอนต้นปีด้วยซ้ำ เพราะแคมเปญแจกของรางวัลใหญ่ดึงคนมา 2,500 คน แล้วบล็อกไปเกินครึ่งหลังประกาศผล ตัวเลขรวมโต แต่จำนวนคนที่โรงแรมคุยด้วยได้จริงลดลง

ปัญหาที่สองคือทุกแคมเปญเทลงถังเดียวกัน โฆษณา Facebook, QR code ในห้องพัก, ป้ายที่เคาน์เตอร์เช็กอิน, ลิงก์ในอีเมลยืนยันการจอง ทั้งหมดพาคนมาที่ LINE OA เดียวกัน ถ้าไม่ได้แยกลิงก์ตั้งแต่แรก พอเดือนถัดไปจะตัดงบตรงไหน ก็ตัดตามความรู้สึก ไม่ได้ตัดตามตัวเลข

ตัวเลขที่ควรรายงาน GM ไม่ใช่ เพื่อนรวมกี่คน แต่คือ เพื่อนที่ยังรับข้อความได้เพิ่มขึ้นกี่คน มาจากช่องทางไหน และมีกี่คนที่กดไปถึงหน้าจอง

ตัวเลข 3 กลุ่มใน LINE OA ที่โรงแรมต้องอ่านทุกสัปดาห์

ตัวเลขที่ต้องอ่านมี 3 กลุ่มคือ กลุ่มเพื่อน (เพื่อนที่เพิ่ม บล็อก และ target reach) กลุ่มข้อความ (ส่งถึง เปิด คลิก) และกลุ่มแชท (จำนวนห้องแชทและข้อความที่ได้รับ) ทั้งหมดอยู่ในเมนู Insight ของ LINE Official Account Manager ไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม

ก่อนลงรายละเอียด ให้ตกลงนิยามกันในทีมก่อน เพราะคำใน LINE Official Account Manager มีความหมายเฉพาะ และคนในทีมมักอ่านคนละแบบ

ตัวเลขความหมายในบริบทโรงแรมบอกอะไรเกี่ยวกับแคมเปญดูบ่อยแค่ไหน
เพื่อนที่เพิ่ม (Added friends)จำนวนคนที่กดเพิ่มเพื่อนสะสม รวมคนที่บล็อกไปแล้วแคมเปญดึงคนมาได้มากแค่ไหน ยังไม่บอกคุณภาพทุกวันช่วงแคมเปญ
Target reachเพื่อนที่ยังรับข้อความ broadcast ได้จริงฐานแขกที่คุยด้วยได้ และเป็นฐานคิดจำนวนข้อความที่ใช้ทุกสัปดาห์
บล็อก (Blocks)คนที่เพิ่มเพื่อนแล้วกดบล็อกคุณภาพของแหล่งที่มา และความถี่หรือเนื้อหาข้อความทุกวันหลัง broadcast 3 วัน
อัตราบล็อกบล็อก หารด้วย เพื่อนที่เพิ่ม ในช่วงเวลาเดียวกันใช้เทียบแคมเปญต่อแคมเปญทุกเดือน
ส่งถึง (Delivered)จำนวนคนที่ข้อความ broadcast ไปถึงฐานสำหรับคิดอัตราเปิดและคลิกทุกครั้งที่ส่ง
เปิด (Opens หรือ Impressions)จำนวนคนที่เปิดห้องแชทแล้วเห็นข้อความหัวข้อและเวลาส่งดึงความสนใจได้ไหมทุกครั้งที่ส่ง
คลิก (Clicks)จำนวนคนที่กดลิงก์หรือปุ่มในข้อความข้อเสนอน่าสนใจพอให้ไปต่อไหมทุกครั้งที่ส่ง
ข้อความที่ได้รับ (Received messages)จำนวนข้อความที่แขกพิมพ์เข้ามาในแชทแคมเปญกระตุ้นให้เกิดบทสนทนาและการจองผ่านแชทไหมทุกสัปดาห์

ตัวเลขที่ต้องคำนวณเองเพิ่ม 2 ตัว

LINE ไม่ได้คำนวณให้ แต่โรงแรมควรมีไว้ในรายงานทุกเดือน

  1. เพื่อนสุทธิ = เพื่อนที่เพิ่มในช่วงนั้น ลบ บล็อกในช่วงนั้น เป็นตัวเลขที่บอกว่าฐานแขกโตขึ้นจริงเท่าไหร่
  2. ต้นทุนต่อเพื่อนที่ยังอยู่ = งบที่ใช้กับแคมเปญ หารด้วย เพื่อนสุทธิหลังผ่านไป 30 วัน ตัวเลขนี้ทำให้แคมเปญแจกของกับแคมเปญ QR ในห้องพักเทียบกันได้บนไม้บรรทัดเดียว

เพื่อนใหม่มาจากไหน? วิธีแยกลิงก์และ QR code ตามแคมเปญก่อนเริ่มนับ

วิธีที่ตรงที่สุดคือสร้างลิงก์หรือ QR code เพิ่มเพื่อนแบบติดตามผลแยกกันสำหรับทุกช่องทางใน LINE Official Account Manager ตั้งชื่อตามช่องทาง แล้วดูในหน้า Insight ว่าเพื่อนใหม่แต่ละคนมาจากลิงก์ไหน ถ้าไม่ได้แยกตั้งแต่ก่อนเริ่มแคมเปญ ตัวเลขย้อนหลังจะแยกไม่ได้อีกเลย

สิ่งที่โรงแรมมักพลาดคือใช้ QR code เดียวที่ดาวน์โหลดจากหน้าแรกของ LINE Official Account Manager แล้วเอาไปแปะทุกที่ ตั้งแต่ป้ายตั้งโต๊ะในห้องอาหารเช้า จนถึงโฆษณาบน Facebook พอถึงสิ้นเดือน เพื่อนใหม่ 600 คน ไม่มีใครตอบได้ว่ากี่คนมาจากแขกที่พักอยู่แล้ว กี่คนมาจากโฆษณา

ช่องทางที่ควรแยกลิงก์เป็นอย่างน้อย

  • QR code ในห้องพัก (แยกอีกชั้นได้ตามประเภทห้อง ถ้าอยากรู้ว่าแขกห้องไหนแอดเยอะ)
  • ป้ายที่เคาน์เตอร์เช็กอินและใน key card holder
  • ลิงก์ในอีเมลยืนยันการจองตรงและอีเมลก่อนเข้าพัก
  • ปุ่มบนเว็บโรงแรม แยกระหว่างหน้าแรก หน้าห้องพัก และหน้าโปรโมชัน
  • โฆษณาแต่ละชุดบน Facebook และ Instagram แยกทุกชุดที่งบต่างกัน
  • บูธในงาน travel fair หรืองานอีเวนต์ในจังหวัด
  • พาร์ตเนอร์ เช่น เพจงานแต่ง ร้านกาแฟในเมือง หรือบริษัทรถเช่า

ถ้าแยกลิงก์ไม่ได้ ใช้ keyword ทักครั้งแรกแทน

บางโรงแรมมีข้อจำกัด เช่น สื่อพิมพ์ไปแล้วเปลี่ยน QR code ไม่ทัน วิธีสำรองที่ใช้ได้ผลดีคือให้แขกพิมพ์คำเฉพาะเพื่อรับสิทธิ์ เช่น พิมพ์คำว่า หน้าฝน เพื่อรับโค้ดส่วนลด แล้วตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติสำหรับคำนั้น จากนั้นนับจากจำนวนข้อความที่ได้รับซึ่งมีคำนี้ ข้อดีคือใช้ได้กับสื่อทุกแบบ ข้อเสียคือนับได้เฉพาะคนที่พิมพ์ ไม่ใช่ทุกคนที่เพิ่มเพื่อน จึงควรใช้เป็นตัวเลขขั้นต่ำ ไม่ใช่ตัวเลขจริงทั้งหมด

อ่านเพื่อนใหม่รายวันให้เห็นจังหวะ

เมื่อแยกลิงก์แล้ว ให้ดูกราฟเพื่อนใหม่รายวันในช่วงแคมเปญ ไม่ใช่ดูแค่ยอดรวม โรงแรมขนาด 45 ห้องในเขาใหญ่แห่งหนึ่งพบว่า QR code ในห้องพักให้เพื่อนใหม่ประมาณ 4 ถึง 6 คนต่อวันตลอดทั้งปี ในขณะที่โฆษณา Facebook ให้เพื่อนใหม่ 200 คนใน 3 วันแรกแล้วแทบเป็นศูนย์ในวันที่ 4 เป็นต้นไป ทั้งที่งบยังเดินอยู่ ถ้าดูแค่ยอดรวมท้ายเดือน โฆษณาจะดูดีกว่า แต่พอดูรายวันจะเห็นว่าควรหยุดโฆษณาตั้งแต่วันที่ 4 แล้วเอางบไปทำสื่อในห้องพักให้ดีขึ้น

อัตราบล็อกเท่าไหร่ถือว่าผิดปกติ และการบล็อกบอกอะไรเกี่ยวกับแคมเปญ?

ไม่มีเลขสากลที่ใช้ได้กับทุกโรงแรม แต่จากประสบการณ์ อัตราบล็อกสะสมของ LINE OA โรงแรมที่ดูแลดีมักอยู่ในช่วง 10 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ของเพื่อนที่เพิ่มทั้งหมด ถ้าแคมเปญไหนทำให้บล็อกเกิน 40 เปอร์เซ็นต์ภายใน 30 วัน ถือว่าแหล่งที่มานั้นมีปัญหา และถ้าบล็อกพุ่งภายใน 24 ชั่วโมงหลัง broadcast แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ข้อความ ไม่ใช่แหล่งที่มา

สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขคือ เวลา ที่บล็อกเกิดขึ้น เพราะช่วงเวลาบอกสาเหตุ

บล็อกทันทีหลังได้ของรางวัล

แคมเปญประเภทเพิ่มเพื่อนแล้วลุ้นห้องพักฟรี 2 คืน มักได้เพื่อนเยอะและบล็อกเยอะพอ ๆ กัน คนที่มาเพราะของรางวัลจะบล็อกทันทีที่ประกาศผล หรือทันทีที่ได้โค้ดส่วนลดไปแล้ว ตัวเลขแบบนี้ไม่ได้แปลว่าแคมเปญล้มเหลวเสมอไป ถ้าโค้ดถูกใช้จองจริงในสัดส่วนที่คุ้ม แต่ต้องไม่นับเพื่อนกลุ่มนี้เป็นฐานสำหรับแคมเปญถัดไป

บล็อกพุ่งหลัง broadcast

ถ้ากราฟบล็อกนิ่ง ๆ แล้วกระโดดในวันที่ส่ง broadcast แสดงว่าข้อความนั้นมีปัญหา สาเหตุที่พบบ่อยในโรงแรมไทยคือ ส่งบ่อยเกินไป (เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง) ส่งดึกหรือเช้าเกินไป ส่งโปรที่ไม่เกี่ยวกับคนรับ เช่น ส่งโปรห้องประชุมให้แขกที่มาพักผ่อนกับครอบครัว หรือส่งรูปใหญ่หลายรูปติดกันจนแชทรก ให้จดตัวเลขบล็อกใน 24 ชั่วโมงหลังส่งของทุก broadcast แล้วเทียบกัน จะเห็นชัดว่าข้อความแบบไหนทำให้แขกทนไม่ไหว

บล็อกค่อย ๆ ไหลออกตลอดเดือน

แบบนี้มักเป็นเรื่องความคาดหวัง แขกแอดเพราะคิดว่าจะได้คุยกับโรงแรม แต่ได้แต่ข้อความ broadcast ขายของ หรือทักมาแล้วไม่มีคนตอบ ให้ดูคู่กับตัวเลขข้อความที่ได้รับและเวลาตอบเฉลี่ยของทีม front office ถ้าแขกทักตอน 4 ทุ่มแล้วได้คำตอบตอน 9 โมงเช้า อัตราบล็อกจะค่อย ๆ สูงขึ้นโดยไม่มีวันไหนโดดเด่นเป็นพิเศษ

อย่ากลัวบล็อกจนไม่ส่งอะไรเลย

อีกด้านที่เจอบ่อยคือโรงแรมกลัวบล็อกจนไม่ส่งข้อความเลยหลายเดือน ผลคือ target reach สูงแต่ไร้ประโยชน์ เพราะแขกลืมไปแล้วว่าแอดไว้ทำไม พอส่งครั้งแรกในรอบ 4 เดือน บล็อกจะพุ่งอยู่ดี ทางที่ดีคือส่งสม่ำเสมอในความถี่ที่ตกลงกัน เช่น เดือนละ 2 ครั้ง แล้วดูว่าบล็อกต่อครั้งค่อย ๆ ลดลงเมื่อแขกคุ้นเคยหรือไม่

อ่านตัวเลขข้อความอย่างไรให้โยงไปถึงยอดจอง

ให้อ่านเป็นลำดับ ส่งถึง แล้วเปิด แล้วคลิก แล้วจอง โดยตัวเลข 3 ตัวแรกอยู่ใน LINE Official Account Manager ส่วนตัวสุดท้ายต้องเอามาจาก booking engine หรือ GA4 ผ่านการติด UTM ที่ลิงก์ในข้อความ ถ้าขาดตัวสุดท้าย รายงานจะบอกได้แค่ว่าข้อความน่าสนใจ แต่บอกไม่ได้ว่าได้เงินไหม

ส่งถึงกับเปิด: วัดหัวข้อและเวลา

อัตราเปิดคือ เปิด หารด้วย ส่งถึง ตัวเลขนี้สะท้อนเวลาที่ส่งและบรรทัดแรกของข้อความ เพราะแขกเห็นบรรทัดแรกจากหน้ารายการแชทก่อนตัดสินใจกดเข้ามา โรงแรมขนาด 120 ห้องในพัทยาทดลองส่งข้อความเดียวกันวันอังคาร 11 โมงกับวันศุกร์ 6 โมงเย็น พบว่าวันศุกร์เย็นอัตราเปิดสูงกว่าเกือบเท่าตัว เพราะเป็นช่วงที่ครอบครัวเริ่มวางแผนเที่ยวสุดสัปดาห์ถัดไป ทดลองแบบนี้ 3 ถึง 4 รอบ โรงแรมจะรู้เวลาของแขกตัวเองโดยไม่ต้องเชื่อสถิติของใคร

เปิดกับคลิก: วัดข้อเสนอ

อัตราคลิกคือ คลิก หารด้วย เปิด ถ้าคนเปิดเยอะแต่คลิกน้อย ปัญหาอยู่ที่ข้อเสนอหรือปุ่ม เช่น เขียนว่า ดูรายละเอียด แทนที่จะเขียนว่า จองราคานี้ หรือใส่ลิงก์ไปหน้าแรกของเว็บแทนที่จะไปหน้าโปรโมชันโดยตรง ข้อควรระวังคือ ถ้าในข้อความมีหลายปุ่ม ให้ดูคลิกแยกรายปุ่ม เพราะปุ่มดูรูปห้องกับปุ่มจองเลยมีค่าไม่เท่ากัน

คลิกกับจอง: ต้องออกไปดูนอก LINE

ทุกลิงก์ที่ใส่ในข้อความ broadcast ควรมี UTM ในรูปแบบเดียวกันทั้งโรงแรม เช่น utm_source=line, utm_medium=broadcast, utm_campaign=ชื่อแคมเปญและวันที่ เมื่อเปิด GA4 จะเห็นว่าคนจาก broadcast นั้นไปถึงหน้าจองกี่คน และถ้า booking engine ส่ง event การจองสำเร็จเข้า GA4 ก็จะเห็นจนถึงยอดจอง สำหรับโรงแรมที่จองผ่านแชทเป็นหลัก ให้ใช้โค้ดโปรโมชันเฉพาะแคมเปญแทน แล้วนับจากโค้ดที่ถูกใช้จริงใน PMS

ตัวเลขข้อความจากแชท 1 ต่อ 1

โรงแรมไทยจำนวนมากปิดการขายในแชท ไม่ใช่บนเว็บ ดังนั้นจำนวนข้อความที่ได้รับหลัง broadcast ก็เป็นตัวชี้วัดของแคมเปญเช่นกัน ถ้าส่งโปรแล้วมีแขกทักมาถามเพิ่มขึ้น 3 เท่าในวันนั้น แต่ทีมตอบไม่ทัน ยอดจองก็จะไม่ขึ้นทั้งที่แคมเปญดี ให้บันทึกจำนวนแชทใหม่ใน 48 ชั่วโมงหลังส่ง และจำนวนที่ปิดการจองได้ แยกไว้ต่างหากจากคลิกบนเว็บ

ตัวอย่างจริง: โรงแรม 60 ห้องในหัวหินเทียบ 3 แคมเปญด้วยตัวเลขชุดเดียวกัน

เมื่อเอาเพื่อนสุทธิ อัตราบล็อก และการจองที่ตามได้มาวางบนตารางเดียว แคมเปญที่ดูดีที่สุดตอนสิ้นสัปดาห์แรกมักไม่ใช่แคมเปญที่คุ้มที่สุดตอนสิ้นเดือน ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นตัวเลขจำลองจากสถานการณ์ที่พบบ่อย เพื่อให้เห็นวิธีอ่าน ไม่ใช่ตัวเลขที่ควรใช้เป็นเป้าหมาย

โรงแรมขนาด 60 ห้องในหัวหิน ทำ 3 แคมเปญพร้อมกันในเดือนกรกฎาคม โดยใช้ลิงก์เพิ่มเพื่อนแยกกันทั้ง 3 ช่องทาง และใช้โค้ดส่วนลดคนละโค้ด

  1. แคมเปญ A โฆษณา Facebook เพิ่มเพื่อนรับส่วนลด 15 เปอร์เซ็นต์ งบ 12,000 บาท
  2. แคมเปญ B QR code ในห้องพักและที่เคาน์เตอร์ เพิ่มเพื่อนรับ late checkout ถึงบ่าย 2 ในการเข้าพักครั้งหน้า ต้นทุนพิมพ์สื่อ 1,500 บาท
  3. แคมเปญ C ร่วมกับเพจงานแต่งในจังหวัด ให้คู่รักที่แอดรับส่วนลดห้องพักสำหรับญาติ ค่าโพสต์ 6,000 บาท
ตัวเลข ณ วันที่ 30 หลังเริ่มA โฆษณา FacebookB QR ในห้องพักC เพจงานแต่ง
เพื่อนที่เพิ่ม64018592
บล็อกภายใน 30 วัน301149
อัตราบล็อก47%8%10%
เพื่อนสุทธิ33917183
ต้นทุนต่อเพื่อนที่ยังอยู่35 บาท9 บาท72 บาท
คลิกจาก broadcast แรก584127
การจองที่ตามได้จากโค้ด11 คืน9 คืน23 คืน (จองเป็นกลุ่ม 3 งาน)
ต้นทุนต่อคืนที่จองได้1,091 บาท167 บาท261 บาท

ถ้าดูแค่เพื่อนที่เพิ่ม แคมเปญ A ชนะขาด ถ้าดูต้นทุนต่อเพื่อนที่ยังอยู่ แคมเปญ B ชนะ แต่ถ้าดูจนถึงคืนที่จองได้ แคมเปญ C ที่มีเพื่อนน้อยที่สุดกลับให้ห้องคืนมากที่สุด เพราะแขก 1 คนจากเพจงานแต่งจองให้ญาติทีละหลายห้อง สิ่งที่โรงแรมนี้ตัดสินใจในเดือนถัดไปคือ ลดงบโฆษณา A ลงครึ่งหนึ่งและเปลี่ยนจากส่วนลดเป็นสิทธิ์ที่คนไม่ได้พักใช้ไม่ได้ เพื่อกรองคนที่มาเอาโค้ดอย่างเดียว คงแคมเปญ B ไว้เป็นงานประจำ และขยายแคมเปญ C ไปหาเพจสัมมนาและเพจกอล์ฟเพิ่ม

ข้อสังเกตคือทั้ง 3 แคมเปญนี้แยกกันไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้สร้างลิงก์เพิ่มเพื่อนแยกกันและใช้โค้ดคนละโค้ดตั้งแต่วันแรก

เช็กลิสต์อ่านตัวเลข LINE OA รายสัปดาห์และรายเดือน

งานนี้ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีต่อสัปดาห์ถ้ามีแบบฟอร์มพร้อม และคนที่ควรทำคือคนที่กดส่ง broadcast เอง ไม่ใช่ส่งต่อให้คนอื่นสรุป

ทุกสัปดาห์

  • จดเพื่อนที่เพิ่ม บล็อก และ target reach ณ วันจันทร์ ลงชีตเดียวกันทุกสัปดาห์
  • ดูเพื่อนใหม่แยกตามลิงก์ติดตามผล ว่าช่องทางไหนยังไหลอยู่ ช่องทางไหนหยุดนิ่ง
  • ถ้าสัปดาห์นั้นมี broadcast จดส่งถึง เปิด คลิก และบล็อกภายใน 24 ชั่วโมงหลังส่ง
  • เช็กว่าลิงก์ในข้อความมี UTM และไปถึงหน้าที่ตั้งใจจริง ไม่ใช่หน้า 404 หรือหน้าแรก
  • นับแชทใหม่ที่เกิดหลัง broadcast และจำนวนที่ปิดการจองได้ในแชท
  • ดูเวลาตอบเฉลี่ยของทีม ถ้าเกิน 1 ชั่วโมงในช่วงที่มีแคมเปญ ให้เพิ่มคนหรือตั้งข้อความตอบอัตโนมัติชั่วคราว

ทุกเดือน

  • คำนวณเพื่อนสุทธิและต้นทุนต่อเพื่อนที่ยังอยู่ แยกตามแคมเปญ
  • ดึงการจองจากโค้ดโปรโมชันหรือ UTM ใน GA4 มาวางคู่กับคลิก แล้วคิดต้นทุนต่อคืนที่จองได้
  • เทียบอัตราบล็อกของ broadcast แต่ละครั้งในเดือน หาข้อความที่แย่ที่สุดและดีที่สุด แล้วบันทึกว่าต่างกันตรงไหน
  • เปลี่ยน QR code หรือลิงก์ที่ให้เพื่อนใหม่ต่ำกว่า 5 คนต่อเดือนติดกัน 2 เดือน ไปวางตำแหน่งใหม่
  • ตัดสินใจ 1 อย่างจากตัวเลข เช่น หยุด ขยาย หรือเปลี่ยนข้อเสนอ แล้วจดไว้ว่าตัดสินใจเพราะตัวเลขไหน
  • สรุปเป็น 1 หน้าให้ GM มีแค่เพื่อนสุทธิ อัตราบล็อก คืนที่จองได้ และการตัดสินใจเดือนถัดไป

ตัวเลข LINE OA ต้องดูคู่กับอะไรนอก LINE ถึงจะเห็นภาพเต็ม?

ต้องดูคู่กับ GA4 เพื่อตามคลิกไปถึงการจอง ดูคู่กับราคาคู่แข่งในสัปดาห์เดียวกันเพื่อรู้ว่าทำไมคลิกเยอะแต่ไม่จอง และดูคู่กับรีวิวและเสียงบนโซเชียลเพื่อรู้ว่าแขกพูดถึงข้อความของเราอย่างไร LINE OA เป็นเพียงจุดที่แขกตัดสินใจ แต่เหตุผลที่แขกตัดสินใจอยู่ข้างนอก

GA4: ตามคลิกให้ถึงการจอง

ถ้าโรงแรมติด UTM สม่ำเสมอ GA4 จะบอกได้ว่า traffic จาก LINE มีสัดส่วนเท่าไหร่ของการจองตรงทั้งหมด และคนจาก LINE ทิ้งหน้าจองที่ขั้นตอนไหน ตัวเลขนี้เอาไปคุยกับทีมเว็บได้ตรงกว่าคำว่า แขกบ่นว่าจองยาก

Rate shopping: อธิบายสัปดาห์ที่คลิกเยอะแต่ไม่จอง

โรงแรมขนาด 90 ห้องในภูเก็ตเคยงงว่า broadcast โปรวันหยุดยาวมีคลิกสูงสุดในรอบปี แต่จองน้อยผิดปกติ พอย้อนดูราคาคู่แข่งในสัปดาห์นั้น พบว่าโรงแรมข้าง ๆ ลดราคาบน OTA ลงมากในวันเดียวกัน แขกคลิกมาดู เทียบ แล้วไปจองที่อื่น ถ้าไม่ได้เก็บราคาคู่แข่งรายสัปดาห์ไว้ ทีมคงสรุปว่าข้อความไม่ดีแล้วแก้ผิดจุด

รีวิวและ social listening: ฟังว่าแขกพูดถึง LINE ของเราอย่างไร

บางครั้งเหตุผลที่บล็อกอยู่ในรีวิว เช่น มีคนเขียนบน Google ว่าทักไลน์ไปไม่ตอบ 2 วัน หรือมีกระทู้ Pantip พูดถึงว่าโค้ดจากไลน์ใช้ไม่ได้ตอนจอง ตัวเลขใน LINE Official Account Manager จะเห็นแค่บล็อกเพิ่ม แต่ไม่เห็นเหตุผล การตั้งคำค้นชื่อโรงแรมคู่กับคำว่า ไลน์ หรือ LINE ไว้ในระบบฟังโซเชียลจะช่วยให้เห็นสาเหตุก่อนที่จะเดา

ให้ LINE เป็น 1 ช่องในภาพรวม ไม่ใช่รายงานแยก

สุดท้ายตัวเลข LINE OA ควรไปอยู่ในหน้าเดียวกับ SEO, รีวิว, โซเชียล และคู่แข่ง เพื่อให้ GM เห็นว่าเดือนนี้ช่องทางไหนพาคนมาถึงห้องพักจริง ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเว็บโรงแรมพร้อมรับคลิกจาก LINE แค่ไหน ลองสแกนเว็บโรงแรมฟรีที่หน้าแรกดูก่อน จะได้รู้ว่าหน้าจองที่แขกจาก LINE คลิกไปถึงนั้นโหลดเร็วและ Google กับ AI อ่านเจอหรือเปล่า

คำถามที่พบบ่อย

Target reach ใน LINE OA ต่างจากจำนวนเพื่อนอย่างไร

จำนวนเพื่อนคือยอดสะสมของคนที่เคยกดเพิ่มเพื่อน รวมคนที่บล็อกไปแล้ว ส่วน target reach คือเพื่อนที่ยังรับข้อความ broadcast ได้จริง ตัวเลขที่ควรใช้เป็นฐานวัดการเติบโตและวางแผนส่งข้อความคือ target reach

อัตราบล็อกของ LINE OA โรงแรมควรอยู่ที่เท่าไหร่

ไม่มีเลขสากล แต่ LINE OA โรงแรมที่ดูแลสม่ำเสมอมักมีอัตราบล็อกสะสมประมาณ 10 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ของเพื่อนที่เพิ่มทั้งหมด ถ้าแคมเปญไหนบล็อกเกิน 40 เปอร์เซ็นต์ใน 30 วัน ควรทบทวนแหล่งที่มา และถ้าบล็อกพุ่งใน 24 ชั่วโมงหลัง broadcast ควรทบทวนเนื้อหาและความถี่

จะรู้ได้อย่างไรว่าเพื่อนใหม่ใน LINE OA มาจากแคมเปญไหน

สร้างลิงก์หรือ QR code เพิ่มเพื่อนแบบติดตามผลแยกกันสำหรับแต่ละช่องทางใน LINE Official Account Manager ตั้งแต่ก่อนเริ่มแคมเปญ ถ้าทำไม่ได้ ให้ใช้ keyword ทักครั้งแรกหรือโค้ดส่วนลดคนละโค้ดเป็นวิธีสำรอง

ควรส่ง broadcast บ่อยแค่ไหนถึงจะไม่โดนบล็อก

สำหรับโรงแรมส่วนใหญ่ ความถี่ที่ปลอดภัยคือไม่เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และไม่ควรเว้นนานหลายเดือนจนแขกลืม ให้ดูบล็อกใน 24 ชั่วโมงหลังส่งของแต่ละครั้งเทียบกัน แล้วปรับความถี่และเวลาส่งตามพฤติกรรมแขกของโรงแรมเอง

อยากรู้ว่าเว็บโรงแรมคุณได้กี่คะแนน

สแกน SEO, AEO, GEO และ keyword ฟรีใน 30 วินาที ไม่ต้องสมัคร

สแกนเว็บโรงแรมฟรี